ReadyPlanet.com
dot
dot
มันสำปะหลัง
dot
bulletบทความ การป้องกันและกำจัดเพลี้ยแป้ง
bulletโครงการปลูกมันสำปะหลังสะอาดเพื่อการขยายพันธุ์
bulletสารแช่ท่อนพันธุ์ก่อนปลูก
bulletสายพันธุ์มันสำปะหลัง และการจำแนกชนิดพันธุ์
dot
การป้องกันอย่างยั่งยืน
dot
bulletการใส่ปุ๋ยและชนิดปุ๋ย
bulletการเก็บเกี่ยว
dot
Newsletter

dot
bulletลงทะเบียน อบรมการปลูกมันสำปะหลังตามหลักวิชาการและการผลิตมันเส้นสะอาดคุณภาพชุมชนเพื่อการค้า รุ่น13 20-22 ธันวาคม 2553
bullet


เพลี้ยแป้ง
เพลี้ยแป้ง
เพลี้ยแป้ง
เพลี้ยแป้ง
เพลี้ยแป้ง


บทความเดือนกุมภาพันธ์ 2554

บทความเดือนกุมภาพันธุ์ 2554

      สวัสดีครับพี่น้องเศรษฐีใหม่ชาวไร่มันทุกท่าน และแล้วผู้ที่ได้รับสัญญาณเตือนจากผมโดยตรงหรือโดยอ้อม ที่เข้ามาศึกษาหาความรู้ในเว็ปบอร์ดของศูนย์ส่งเสริมพัฒนาการผลิตมันสำปะหลังก็ตาม โดยเฉพาะทางภาคอีสานก็ส่งผลออกมาแล้ว
รวยกันเป็นทิวแถวถ้ารอดจากน้ำท่วม ท่านที่เชื่อก็หน้าบานเป็นจานข้าว เพราะราคามันสำปะหลังปีนี้แรง แรงเพราะผลผลิตมันมีทีท่าว่าจะเป็นดังที่ผมพยากรณ์เอาไว้ตั้งต้นฤดูปลูกที่แล้ว (2553-2554)ว่ามันจะต่ำอย่างชนิดที่เรียกว่าถอยกลับไปตั้งต้นใหม่ที่ 10ปีที่แล้ว แต่ราคากลับสวนกระแสจากเมื่อ10 ปีที่ผ่านมาหลายเท่าตัว ทำให้คนที่เชื่อคำเตือนก็ยิ้มออก คนที่ยังดื้อก็ได้แต่นั่งน้ำลายหก คอตกเพราะสอนยากสอนเย็น ที่ยินดีกับพี่น้องชาวอีสานเพราะหลายคนโทรมาขอบคุณว่ามีความเป็นอยู่ดีขึ้นหลังการเก็บเกี่ยว เพราะราคาหัวมันสดขณะนี้ 3.60-3.70 แต่ขอโทษทีครับแถวๆภาคตะวันตก ลาน และโรงงานยังซื้ออยู่ที่2.90-3.10 เพราะอะไรไม่ทราบ อาจเป็นเพราะความเป็นเอกภาพของชมรม หรือสมาคมไม่เท่าเทียมกัน ราคามันในประเทศเลยต่างกันมากขนาดนี้ ทั้งๆที่ก็ต้องส่งออกหรือขายหลังการแปรรูปในราคาที่ใกล้เคียงกัน
      มีเรื่องโอดครวญจากลานมันเส้นสะอาดว่ายอดขายตกมากๆ ทั้งๆที่ต้องซื้อหัวมันสดในราคาสูง ไอ้ที่ยอดขายตกรูดนั้น ว่ากันว่า มาจากคนซื้อกลัวการปนเปื้อนสารที่เวียนแจกให้ผสมกับมันเส้นเพื่อโกงน้ำหนัก ดังกันไปทั่วทั้งประเทศ เลยกลัวว่า
จะเป็นอันตรายกับสัตว์เลี้ยงที่ลงทุนมาแพงแสนแพงถ้ากินเข้าไปแล้วชักดิ้นชักงอ หรือแม้เพียงผลที่จะได้จากอัตราการแลกเนื้อกับอาหารที่กินมันลดลงอย่างที่ผ่านมา ผู้ประกอบการเลยไม่อยากเสี่ยงในการผสมอาหารเองแม้ต้นทุนจะต่ำก็ตาม ความชัดเจนในการแก้ไขของผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบหน่วยงานต่างๆก็ยังไม่เห็นเค้าราง เรื่องนี้เป็นมากว่าครึ่งปีแล้ว เลยทำให้คนที่เคยซื้อไปทำอาหารสัตว์ก็กล้าๆกลัวๆ เพราะถ้าเป็นอันตรายกับสัตว์ที่เขาเลี้ยงแล้วมันไม่คุ้มดังกล่าว จึงหันมาใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์แทน แม้ต้นทุนจะสูงเนื่องจากการต้องซื้อสารช่วยย่อยเพิ่ม จึงยากถามว่าใครรับผิดชอบเรื่องนี้ช่วยให้ความกระจ่างหน่อยว่าไปถึงไหนแล้วอย่ามัวงุ่มง่ามเหมือนกรณีเมื่อเพลี้ยแป้งสีชมพูเริ่มระบาด กว่าจะรู้สายพันธุ์อะไร แนวทางแก้เป็นอย่างไร ปาเข้าไปเกือบสองฤดู เพียงปีเดียวออกลูกออกหลานกันมากกว่าประชากรของประเทศหลายร้อยหลายพันเท่า จนปัจจุบันนี้ก็ยังไม่วายปั้นตัวเลขว่าควบคุมได้ คำตอบนี้ต้องให้คนรายงานลงพื้นที่กับเกษตรกรจริงๆ ไม่ใช่นั่งรถสำรวจแล้วด่วนสรุป แม้ในพื้นที่เองก็ตามเคยสอบถาม กลับได้คำตอบว่าน้อยลงแทบไม่เห็น (ก็เล่นขับรถผ่าน) ไอ้ที่ไม่เห็น 1 ขุดขายไปหมดแล้วเหลือยืนต้นให้เห็นน้อยลงต่างหาก  2 ไอ้ที่เห็นน้อยลงเพราะการปลูกปลายฝนมีไม่มากและให้ติดตามมันปลายฝน (พ.ย-ธ.ค) ไว้อย่ากระพริบตา ผลจะแสดงออกมาเดือนนี้แหละเพราะความชื้นที่ต่ำ เพราะการดื้อรั้นไม่ยอมแช่ท่อนพันธุ์ก่อนการปลูก เพราะการไม่ยอมใส่ปุ๋ยสร้างการเจริญเติบโต และเพราะความอ่อนแอของมันสำปะหลัง ฯลฯ ไรขาว ไรแดง  เพลี้ยแป้งชนิดต่างๆ  หรือแม้แต่แมลงหวี่ขาวก็จะเข้ามาเยี่ยมเยียนกันเป็นทิวแถว การไถกลบต้นพันธุ์ที่รับการระบาดแล้ว ยังเป็นที่นิยมอย่างชนิดที่เรียกว่าไม่มีเสื่อมคลายไปจากความคิดแม้แต่น้อย ปราชญ์ชาวบ้านบางท่านกลับส่งเสริมว่าถ้าไถกลบเพลี้ยแป้งจะได้ธาตุอาหารเพิ่มเมื่อเพลี้ยแป้งตาย ผมเองไม่ห่วงเรื่องธาตุอาหารที่จะได้จากซากเพลี้ยแป้งเมื่อมันตาย  ห่วงอย่างเดียวมันไม่ตายเพราะมันมีอาหารคือต้นมันที่ท่านไถกลบต่ออายุให้ในดิน สุดท้ายก็อดห่วงไม่ได้ว่าไอ้ที่ตายนั้นน๊ะคนปลูก ไม่ใช่เพลี้ย..ก็ได้แต่รอๆๆๆและรอ ความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดกับสิ่งที่ยึดติดมากับความคิดตั้งแต่เล็กจนเติบใหญ่ จนยากจะแกะออกมาได้ และขอภาวนาให้เปลี่ยนได้ก่อนที่จะแก่จนทำอะไรไม่ได้แล้ว ถึงเวลานั้นคำว่าสายไปคงไม่เกินความจริงที่จะพูด เพราะทำไม่ไหวแล้ว สิ่งต่อไปนี้อยากให้พี่น้องเกษตรกรที่รักทุกท่าน พึงระลึกไว้ว่า โอกาสที่ท่านจะเห็นต้นพันธุ์ไร่ละ 10,000กำลังมา หรือต้นละสาม สี่ และห้าบาท ตามเกรดกำลังมาเพราะมันคือธุระกิจ ธุระกิจคือธุระกิจ ในตอนนี้เรื่องราคาหัวมันในดิน
เป็นเรื่องรองไปแล้ว ธุระกิจการขายต้นพันธุ์แบบขูดรีดจะเกิดขึ้นกับชาวไร่มันอย่างที่ท่านอาจไม่เคยพบมาก่อน ใครมีต้นพันธุ์มากก็จะร่ำรวย ร่ำรวยบนความทุกข์ยากของคนที่กำลังจะตาย เท่าที่ทราบมีการแบ่งเกรดขนาดและราคากันล่วงหน้าแล้ว เมื่อวันนั้นมาถึง ผมขออนุญาตสะกิดให้ท่านลองกลับไปอ่านบทความเก่าๆของผมดูว่าเคยเขียนไว้อย่างไร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปริมาณผลผลิต, ราคามันสด, เรื่องต้นพันธุ์ วันนี้ขออนุญาตไม่ฉายซ้ำ แล้วคิดสักนิดว่าตั้งแต่เริ่มพูดมาสองสามฤดูมีอะไรที่ไม่เป็นไปอย่างที่พูดบ้าง แต่ที่แน่ๆ พฤติกรรมการปลูกและเป้าหมายต่อผลผลิตจะเปลี่ยนไป จากการที่เคยปลูกเพื่อเอาผลผลิตจากหัวมัน จะกลายมาเป็นผลิตเพื่อต้นมัน สิ่งที่จะตามมาคือคุณภาพเชื้อแป้งในหัวมันจะไม่มีใครใส่ใจ ต้องการเพียงให้ต้นสวย  และเมื่อถึงตอนนี้สมาคมต่างๆคิดได้หรือยังว่าผลที่จะตามมามันจะเป็นสาเหตุการล่มสลายของวงการหรือไม่ เพราะวงการต้องการผลผลิตหัวมันสดที่มีคุณภาพ มิใช่ผลผลิตต้นมันสดที่มีความสวยงามขายได้ดี ต้องไม่ลืมว่าการผลิตเอาหัว และการผลผลิตเอาต้นใช่ปุ๋ยต่างกันนะครับ เรื่องต้นพันธุ์ต้องขอวิงวอนเลยนะครับว่า ให้เก็บไว้ส่วนหนึ่งที่จะทำพันธุ์ อย่าขุดจนหมดแล้วเอาไปตั้งรอฝน นอกจากต้นจะแห้งลงทุกวัน เปอร์เซ็นต์การงอกของรากและตาน้อยลงทุกวัน สิ่งที่ท่านจะได้พบอีกถ้ายังดื้อ คือ ท่านจะต้องซื้อต้นพันธุ์ไร่ละ 8,000-10,000บาท เป็นอย่างต่ำ ต้นพันธุ์มันสำปะหลังทั่วไปให้เตรียมไว้ 600-650 ต้นต่อไร่ (ตัดท่อนพันธุ์ยาว 25-30 ซม.)โดยเฉพาะพันธุ์ที่ได้มาจากแหล่งดินทราย การเจริญเติบโตจะน้อยกว่าแหล่งที่มีเนื้อดินเหนียว ยิ่งถ้าไม่ใส่ปุ๋ย หรือ ใส่แต่ปุ๋ยอินทรีย์ กับน้ำหมัก ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ไม่เหมาะสมกับการนำไปทำต้นพันธุ์ด้วยประการทั้งปวง แต่ถ้าเป็นของศูนย์ส่งเสริมเองท่านใช้เพียง 400-450 ต้นต่อไร่เท่านั้น เพราะอะไรท่านสามารถเปรียบเทียบด้วยสายตาท่านเอง แต่ทั้งนี้ทั้งเพียงทั้งนั้น ศูนย์เอง ในปีนี้ไม่พอแจกให้แน่นอน เพราะต้องขยายพื้นที่ปลูกที่อำเภอสวนผึ้งอีก 1,200ไร่และ พนมสารคามอีก 1,500ไร่ คงต้องรอกันต่อไปก่อนเนื่องจากโครงการของศูนย์เริ่มมาได้เพียง 8เดือนเท่านั้น ในส่วนของหน่วยงานอื่นก็ต้องรอดูกันว่าตั้งขึ้นมาเพื่อส่งเสริมเกษตรกรผู้ปลูกจริงดังที่โฆษณากันไว้อย่างเลิศหรูหรือไม่ ที่ว่าตั้งขึ้นมาเพื่อเกษตกร เพื่อวงการมันสำปะหลัง มันอย่างไรกันแน่ เพราะระยะหลังๆนี้ชักเปลี่ยนไปอย่างมาก ชนิดที่ตาสีตาสายังมองออก  ที่ผ่านๆมาราคาต้นพันธุ์เราก็น่าจะรู้ว่าแต่ละแหล่ง จำหน่ายกันต้นละเท่าไร เกรด (ABC)ราคาที่ผ่านมาต้นละ 65สตางค์ถึง1.20สตางค์ และในฤดูการปลูกที่จะถึงนี้ราคาจะบ้าเลือดตามตลาดหรือไม่ ซึ่งมันไม่เป็นธรรมกับเกษตรกรที่ยากจนเลย เนื่องจากต้นพันธุ์ที่นำมาขายมันเพียงผลพลอยได้ จากหัวมันหรือใครจะเถียงว่าที่ผ่านมา ปลูกมันสำปะหลังไม่เอาหัว ตั้งหน้าตั้งตาจะปลูกขายต้น และต้นทุนการปลูกก็เท่าเดิม มิได้มีอะไรพิเศษกว่าปีที่ผ่านๆมา ได้หัวมากหรือน้อย ต้นสวยหรือไม่สวย อยู่ที่ใส่ปุ๋ยหรือเปล่า กระทบแล้งหรือไม่เท่านั้น ผมเองทำแปลงทดลองมาหลายจังหวัด ผลผลิตที่ได้สูงทุกแห่ง โดยเฉพาะต้นสมบูรณ์ทั้งขนาดและความสูงแต่ไม่เคยมีความคิดเลยที่จะขายในราคาที่กระทำกันอยู่ในปัจจุบัน หรือในอนาคตแม้จะต้องขาย ถ้าศูนย์ของเรามีพอแล้ว ราคาของเราก็จะเท่าราคาของกรมวิชาการเกษตรที่เป็นหน่วยงานของรัฐแน่นอน ไม่เกินกว่านั้น ถึงเวลานั้นเกษตรกรจะเป็นผู้แยกแยะเอง ตัดสินเองว่าใครเข้ามาในวงการเพื่ออะไร และควรหรือไม่แค่ไหนที่จะสนับสนุนกันต่อไป อีกไม่นานเกินรอจะได้รู้ว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นหรือไม่ สิ่งหนึ่งที่ไม่พูดอาจไม่ได้ แต่จะพูดเพียงการติงไว้ให้ท่านผู้บริหารทั้งหลายได้ตระหนักไว้ โครงการปลูกมันสำปะหลังต้นแบบโครงการต่างๆ ของกรมวิชาการเกษตร และกรมส่งเสริมการเกษตร ที่มุ่งจะผลิตต้นพันธุ์ให้กับเกษตรกรในจังหวัดต่างๆฟังดูแล้วน่าปลื้มใจ กับการที่ท่านลงมาเอาใจใส่ดูแลเกษตรกร ดูเหมือนจะใกล้ชิด ถ้าทุกอย่างมิใช่การสร้างภาพ ผมเองขอสนับสนุนด้วยความจริงใจถ้าเป็นไปได้ แต่ท่านได้คัดกรองผู้ที่จะเป็นต้นแบบอย่างไร มีวิธีการติดตามอย่างไร เพราะท่านต้องไม่ลืมว่าถ้าโครงการนี้ล้มเหลวนอกจากต้นพันธุ์ที่จะเสียไป สิ่งตามมามันคือการสนับสนุนการระบาดของเพลี้ยแป้งอย่างน่าเป็นห่วง นอกเหนือจากการเริ่มโครงการของท่านคือต้นเหตุที่ทำให้ราคาต้นพันธุ์สูง เพราะคนขายเมื่อรู้ว่ากรมวิชาการไม่ขายต้นให้เกษตรกร บางกลุ่มเตรียมคัดเกรดขายกันแล้ว ทั้งที่ผ่านมาเกษตรกรซื้อเป็นไร่ หรือมัดรวมโดยไม่มีการคัดเกรด ไม่อยากใช้คำว่า "ช่วยไม่ได้..เตือนแล้ว.."กับเกษตรกรที่ไม่ยอมเชื่อที่บอกให้เก็บต้นเอาไว้ทำพันธุ์เอง มันคงเป็นบทเรียนที่เจ็บปวดให้ท่านอย่างยากที่จะลืมได้เลยทีเดียว
     เดือนนี้ขออนุญาตนำภาพแปลงทดลองที่ผ่านมาของศูนย์มาให้ชมเพื่อเปรียบเทียบ เพราะอย่างน้อยก่อนตัดสินใจจะซื้อก็มีตัวอย่างให้ดูว่าราคาที่ขายกันมันเหมาะสมหรือไม่ ถ้าไม่มีจริงๆก็พักสักปีปลูกข้าวโพดข้าวฟ่างสักฤดู ได้พักดิน และได้หยุดการระบาดเพลี้ยแป้งด้วยซึ่งในความเป็นจริง ก็ควรปลูกพืชหมุนเวียนเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรดินที่ใช้ปลูกพืชให้คงความสมบูรณ์อยู่กับเกษตรกรอยู่แล้ว  แล้วผมจะนำบทความเรื่องการปลูกพืชหมุนเวียนมานำเสนอให้ได้เรียนรู้ถึงประโยชน์ของมันในโอกาสต่อไป
 

สรรเสริญ สุนทรทยาภิรมย์




บทความการป้องกันและกำจัดเพลี้ยแป้ง

บทความเดือนตุลาคม 2554
บทความเดือนกันยายน 2554
บทความเดือนกรกฎาคม 2554
บทความเดือนมิถุนายน 2554
บทความเดือนพฤษภาคม 2554
บทความเดือนเมษายน 2554
บทความเดือนมีนาคม 2554
บทความเดือนมกราคม 2554
บทความเดือน 11/2553 article
บทความพิเศษ หายนะวงการมันสำปะหลังไทย
บทความเดือน 10/2553 ชีววิทยาแตนเบียน
บทความเดือน 08/2553 ธนาคารต้นพันธุ์สะอาด
บทความเดือน 06/2553 เทวดาตกสวรรค์
บทความเดือน 09/2553 โครงการปลูกขยายต้นพันธุ์สะอาด
บทความเดือน 07/2553 การจัดการเพลี้ยแป้งมันสำปะหลังโดยชีววิธี
บทความเดือน 05/2553 การป้องกันกำจัดเพลี้ยแป้งอย่างยั่งยืน



Copyright © 2010 All Rights Reserved.
ศูนย์ส่งเสริมพัฒนาการผลิตมันสำปะหลัง(แห่งประเทศไทย) จังหวัดกาญจนบุรี ที่อยู่ : เลขที่ 340 หมู่ที่ 7 บ้านพุประดู่ ตำบลหนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี รหัสไปรษณีย์ : 71190 เบอร์โทร : 034-670-026 081-009-3883 084-340-2343 อีเมล : sansern1551@windowslive.com เว็บไซต์ : www.cassava-devlp-center.com