ReadyPlanet.com

 หน้ารวมกระทู้ > โครงการรับจำนำมันสำปะหลังสุดกร...

โครงการรับจำนำมันสำปะหลังสุดกร่อย


พิมพ์
 
 
 
 
 
 
โครงการรับจำนำมันสำปะหลังสุดกร่อย ตั้งเป้าเดือนละ 2.5 ล้านตัน แต่รับจำนำจริงได้แค่ 30,000 ตัน เหตุเกษตรกรลานมัน-โรงแป้งเมิน เข้าร่วมโครงการน้อย จุดรับจำนำไม่เพียงพอ หวั่นดันทุรังเปิดรับจำนำต่อไปราคาสูงเกินราคาตลาด จะกลายเป็นภาระขาดทุนเหมือนโครงการรับจำนำข้าวเปลือกต้องโละสต๊อกขายถูก ๆ กันอีก

ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานการดำเนินโครงการรับจำนำมันสำปะหลังปี 2554/55 ที่เริ่มดำเนินโครงการมาตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ปรากฏมีหัวมันเข้าสู่โครงการน้อยมาก ล่าสุด ณ วันที่ 13 ก.พ.มีเกษตรกรเข้ามาจำนำหัวมันกับรัฐบาลแค่ 30,681 ตัน จากเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้จะรับจำนำหัวมันให้ได้ 10 ล้านตัน หรือเดือนละ 2.5 ล้านตันก่อนที่จะสิ้นสุดโครงการในวันที่ 31 พฤษภาคม

มีข้อน่าสังเกตว่า โครงการรับจำนำมันสำปะหลังปีนี้มีโรงแป้ง-ลานมันเข้าร่วมโครงการด้วยการเปิดจุดรับซื้อหัวมันสดน้อยมาก จาก 47 จังหวัด มีลานมันเข้าร่วมเพียง 433 แห่ง โรงแป้ง 24 โรงเฉพาะนครราชสีมามีโรงแป้งเข้าร่วมเพียง 2 โรง หัวมันสดที่รับจำนำเข้ามา30,681 ตัน แบ่งเป็นรับจำนำในภาคเหนือ 18,838 ตัน จากกำแพงเพชรมากที่สุด 10,314 ตัน รองลงมาคือเพชรบูรณ์663 ตัน และนครสวรรค์ 323 ตัน

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือรับจำนำหัวมันแค่ 2,897 ตัน จาก 2 จังหวัดคือนครราชสีมา 2,565 ตัน กับบุรีรัมย์ 332 ตัน ทั้ง ๆ ที่เป็นภาคที่มีผลผลิตมันสำปะหลังสูงสุด ส่วนภาคกลางมีการรับจำนำ 8,945 ตัน จากจุดรับจำนำ 3 จังหวัดคือ จันทบุรี  4,984 ตัน ชลบุรี2,880 ตัน สระแก้ว 1,081 ตัน

นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์กล่าวยอมรับว่า ปริมาณรับจำนำหัวมันที่เข้าร่วมโครงการกับรัฐบาลยังน้อยมากเมื่อเทียบกับเป้าหมายที่ตั้งไว้10 ล้านตัน และเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้จัดประชุมทางไกลกับพาณิชย์จังหวัด เพื่อขอให้เร่งผลักดันการดำเนินโครงการรับจำนำให้เร็วขึ้น โดยจะขอให้คณะอนุกรรมการระดับจังหวัดเร่งเข้าไปตรวจสอบโกดังของผู้ประกอบการเพื่อเตรียมพร้อมเปิดรับจำนำ และขอให้ทางองค์การคลังสินค้า (อคส.) เปิดจุดรับจำนำให้มากขึ้น"ผมคิดว่าที่ชาวไร่ส่วนหนึ่งยังไม่นำมันสำปะหลังมาจำนำในช่วงนี้ เพราะราคาตลาดใกล้เคียงกับราคารับจำนำของรัฐบาลคือ 2.60 บาท ไม่คุ้มค่าบริหารจัดการขององค์กร"

แหล่งข่าวจากวงการค้ามันสำปะหลังกล่าวถึงสาเหตุที่เกษตรกรไม่สนใจเข้าร่วมโครงการรับจำนำมันของรัฐว่า
1) ราคารับจำนำเริ่มต้นที่ กก.ละ 2.75 บาทนั้น ไม่จูงใจให้เกษตรกรเข้าร่วมโครงการเนื่องจากการขายมันในราคานี้ลานมัน/โรงแป้งก็รับซื้อในราคาตลาดอยู่แล้วจึงไม่มีใครนำหัวมันไปจำนำกับรัฐบาล และรับใบประทวนสินค้าจาก อคง.ไปขึ้นเงินกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ให้ยุ่งยาก
2) การเปิดจุดรับจำนำมันมีน้อยมากเนื่องจากโรงแป้ง/ลานมันไม่ยอมเข้าร่วม

โครงการกับรัฐบาล จากสาเหตุโครงการรับจำนำมันที่ผ่านมาโรงแป้ง/ลานมันถูกเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นเพื่อจับกุมผู้ทุจริต

นำหัวมันสวมรอยเข้าสู่โครงการเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ลานมัน/โรงแป้งส่วนใหญ่ "ไม่พอใจ" การดำเนินการของรัฐและตัดสินใจไม่เข้าร่วมโครงการในปีนี้

ไม่เพียงแต่โรงแป้ง/ลานมันจะไม่เข้าร่วมโครงการแล้ว ปรากฏว่าองค์การคลังสินค้า (อคส.) ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐเองก็ไม่กระตือรือร้นที่จะเปิดจุดรับจำนำหัวมันด้วย โดยอ้างว่ามีเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ เพราะเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ถูกใช้ไปกับโครงการรับจำนำข้าว ประกอบกับค่าบริหารจัดการไม่คุ้มที่จะเปิดจุดรับจำนำมันเป็นจำนวนมาก เมื่อเทียบกับหัวมันที่จะเข้าสู่โครงการด้วย

"ทั้งเกษตรกรกับผู้ส่งออกมองไม่เห็นความสำคัญของโครงการนี้ เนื่องจากราคาหัวมันสดในท้องตลาดใกล้เคียงกับราคารับจำนำ จึงไม่เข้าใจว่ารัฐบาลจะเปิดรับจำนำไปทำไม ความจริงราคาหัวมันสดที่ 2.70-2.75 บาท/กก. ซึ่งเป็นราคาตลาดจัดเป็นราคาที่เกษตรกรพอใจ เพราะโรงแป้ง/ลานมันเปิดรับซื้อในราคานี้ก็มีเกษตรกรนำหัวมันสดมาขายให้ ทำให้หัวมันสดเข้าสู่โครงการกับรัฐบาลน้อยอย่างที่เห็น ประกอบกับราคามันเส้นที่ผ่านมาขายกันอยู่ถึง 7.20 บาท/กก. ทอนกลับมาเป็นราคาหัวมันอยู่ที่ 2.70-2.80 บาท" แหล่งข่าวกล่าว

เท่ากับว่าปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เกษตรกรนำหัวมันเข้าร่วมโครงการในอนาคตหรือไม่ จะขึ้นอยู่กับราคามันเส้นที่ส่งขายไปจีน หากราคามันเส้นยังยืนอยู่ที่7 บาทกว่า ราคาหัวมันสดภายในประเทศก็จะไม่ตกลง แต่ถ้าราคามันเส้นตกลงต่ำกว่า 7 บาท เหลือ 6.50 บาท/กก.

ขณะที่ราคาหัวมันสดในโครงการเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนเดือนละ 5 สตางค์ไปจนถึง2.90 บาท/กก. ก็จะจูงใจให้เกษตรกรนำหัวมันสดเข้าร่วมโครงการมากขึ้น "ต้องเข้าใจว่าการขึ้นราคารับจำนำเดือนละ 5 สตางค์โดยไม่สนใจราคาตลาด จะเข้าทำนองเดียวกับโครงการรับจำนำข้าวที่ตั้งราคารับซื้อสูงเกินจริง เมื่อสิ้นสุดโครงการส่วนต่างราคาที่รับจำนำเข้ามาก็จะตกเป็นภาระของรัฐบาลในการชดเชยการขาดทุนมากขึ้น"

ล่าสุดมีการประชุมร่วม 3 สมาคมมันกับกระทรวงพาณิชย์ที่ประชุมมีมติเสนอมาตรการชะลอการขุดหัวมันด้วยการเสนอให้เปิดรับจำนำหัวมันใต้ดินและขยายระยะเวลาจดทะเบียนเกษตรกร

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ


ผู้ตั้งกระทู้ Admin กระทู้ตั้งโดยเว็บมาสเตอร์ :: วันที่ลงประกาศ 2012-02-22 14:51:31


[1]

ความเห็นที่ 1 (1598827)

ผมว่าไม่จริงน่ะ ตอนนี้ อ.หนองบัว จ.นครสวรรค์ ราคาหัวมันสด กก.ละ 1.50 บ. ชาวไร่อยากเข้าจำนำใจจะขาดแต่หาที่รับจำนำไม่ได้ ไปติดต่อกับทางลานก็บอกว่าเต็มแล้ว เฮ้ย.....เพิ่งเปิดรับจำนำ เต็มแล้วได้ไง ทั้งๆที่ลานก็ยังไม่ได้ใบรับรองจากกรมการค้าภายในเลย สวมกันไปแล้วละมั่งเนี้ยะ

ผู้แสดงความคิดเห็น วรวิทย์ วันที่ตอบ 2012-02-22 21:33:20


ความเห็นที่ 2 (1598876)

 

         ปราจีนไม่มีที่รับจำนำมันสำปะหลังเลยครับผม การประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับเรื่องเกษตรน้อยมาก

ปัญหาอีกอย่างที่น่าสนใจคือเกษตรกรรายที่ไม่มีเงินที่จะลงทุนในการเพาะปลูกมันสำปะหลัง (ซึ่งมีจำนวนมากครับ) จะต้องไปเอาเงินจากฒ่าแก่มาก่อน หรือไปเอาปุ๋ยมาก่อน พอถึงฤดูการเก็บเกี่ยวก็จะต้องเอาไปขายที่ลานมันสำปะหลังของเฒ่าแก่รายนั้นๆ  สมมุติว่าราคาโดยปกติขายกันที่ 2.00 บาท เกษตรกรจะได้ราคาซื้อขายที่เฒ่าแก่รายนั้นๆกดราคาลงมาอีกประมาณ 20-30 สตางค์ (เหมือนกับเป็นค่าดอกเบี้ยที่ไปเอาเงินและปุ๋ยมาก่อน)  

ดังนั้นโครงการนี้จึงเอื้ออำนวยผลประโยชน์แก่นายทุนมากๆครับ.........คนที่แย่ก็เกษตรกรเหมือนเดิมนั้นแหละครับ

แล้วอีกอย่างมันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้านเราเข้ามาน่าดูเลยครับ มาัวันละหลายๆรถพ่วง......เปอร์เซนต์การสวมสิทธิ หรือซื้อสิทธิมีแน่นอน  

ในข้อคิดเห็น ที่คุณ วรวิทย ์ บอกว่าลานเต็มแล้วน๊ะครับ พอจะเข้าใจว่าเขาจะรอ มันจากประเทศเพื่อนบ้านหรือเปล่าครับ 

 

        ******  ผมว่าตราบใดที่รัฐบาลไม่แก้ปัญหาโดยรวม หรือทีมเศรษฐกิจแย่แบบนี้ ไม่หาตลาดต่างประเทศเลยแบบนี้ ผมกว่าเกษตรกรไทยก็ลำบากกันอยู่อย่างงี้แหละครับ   แย่จริงๆๆๆ**********


 

 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น อุทัย-ปราจีน วันที่ตอบ 2012-02-23 08:35:27


ความเห็นที่ 3 (1598899)

ที่ลพบุรี ยังไม่ได้ขุดมันแต่มีคนไปจองคิวลานมันแล้วเต็มแล้วค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น พิม (rapeepun-dot-ch-at-chaiyo-dot-com)วันที่ตอบ 2012-02-23 10:48:52


ความเห็นที่ 4 (1598983)

ที่ลพบุรี  อ.โคกเจริญ และพื้นที่ใกล้เคียง ราคาหัวมันสด กก.ละไม่เกิน 1.40 บาทเอง ลานที่เข้าร่วมฯก็ไม่มี  อย่างนี้จะมีโครงการนี้ไว้ทำไม?  ค่าครองชีพแพงขึ้นทุกที แต่ราคาผลผลิตกลับตกต่ำลงเรื่อยๆ เบื่อจริงๆ

ผู้แสดงความคิดเห็น ชาวไร่มันฯ วันที่ตอบ 2012-02-23 13:55:21


ความเห็นที่ 5 (1598988)

โครงการที่คนปลูกมันไม่มีสิทธิ ส่วนคนมีสิทธิ์มันไม่ต้องปลูก นักข่าวก็ไม่ค่อยให้ความสำคัญถ้าไม่แก้ผ้าปิดถนน มันขายได้ไม่ถึง 2 บาท แต่บุญทรง บอกหลังจาก มีนโยบายจำนำ ของรบ.ทำให้ มันราคาขึ้น 2.40 บาท เอาตัวเลขราคามาจากไหน ทั้งที่บางพื้นที่ขายได้แค่ 1.50 บาท ช้างตายทั้งตัวเอาใบบัวมาปิด ส่วนฝ่ายค้านก็ไม่รู้ไปใช้โวหารอยู่ที่ไหน อย่ารอแต่ใช้ความทุกข์ยากของประชาชนเป็นเกมการณ์เมือง นั้งรอให้ประชาชนเดือดร้อนสุดๆๆ ค่อยเข้ามาเล่น ความทุกข์ของประชาชนเป็นล้านคนไม่ใช่เรื่องเล่นนะครับ ชาวไร่ชาวนาความรู้น้อยทำให้เข้าไม่ถึงสื่อ แต่คนพวกนี้แหละที่รอคอยสื่อให้ความช่วยเหลือ เวลาเราปิดถนนก็บ่น แต่ไม่มีใครเข้ามาแก้ไขปัญหานี้ มีแต่เข้ามาหาผลประโยชญ์กัน

ผู้แสดงความคิดเห็น ชาวไร่มัน วันที่ตอบ 2012-02-23 14:19:01


ความเห็นที่ 6 (1599020)

ที่อำเภอภูกระดึง ลานมันทั่วไปรับซื้อหัวมันสด ราคา1.75 บาท ที่ลานรับจำนำต้องรอคิวที่ 150 ตอนนี้เพิ่งจะเริ่มรับซื้อคิวที่ 1 นี่คือความเป็นจริงซึ่งแตกต่างจากที่นักข่าวเขียนให้คนอ่านทั้งประเทศ

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น สุปรีชา คนอยากขายมัน วันที่ตอบ 2012-02-23 21:10:44


ความเห็นที่ 7 (1599106)
พิมพ์

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร วันที่ 22 กุมภาพันธ์ว่า ที่ประชุมเห็นชอบมติของคณะกรรมการนโยบายมันสำปะหลังที่เสนอเพิ่มประสิทธิภาพโครงการแทรกแซงตลาดมันสำปะหลังของรัฐบาล 3 ข้อ ได้แก่

1. ขยายระยะเวลาการขึ้นทะเบียนและออกหนังสือรับรองเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังประจำปี 2554/55 ออกไปจนถึงวันที่ 31 มีนาคมนี้
2. เห็นชอบให้ผู้ไม่มีเอกสารสิทธิซึ่งเคยขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังปี 2552/53 แต่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนในปี 2553/54 สามารถขอขึ้นทะเบียนได้ ส่วนเกษตรกรรายใหม่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ เพื่อป้องกันการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ และ
3. อนุมัติให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ออกสินเชื่อเพื่อชะลอการขุดหัวมันสำปะหลังปี 2554/55 เพื่อช่วยเกษตรกรที่ไม่สามารถนำผลผลิตไปจำนำได้

ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน

 

แสดงความคิดเห็น

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-02-24 09:18:26


ความเห็นที่ 8 (1599107)

ดันกันเข้าไป ทำไงได้มันคือ "นโยบายช่วยเหลือศรีษะคะแนน" ที่ล้มไม่ได้อยู่แล้ว เลยต้องหาทางไหนก็ได้ ที่จะโครงการมันเดิน โธ่ๆๆๆๆๆ เวลลลลลล....

ผู้แสดงความคิดเห็น ขวานผ่าซาก วันที่ตอบ 2012-02-24 09:23:03


ความเห็นที่ 9 (1599118)

ลานมันที่ไหนซื้อ 2.60-2.70  นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โกหกประชาชนอีกแล้ว  ที่สกลนคร 2.05 บ/กกเองครับ ถ้าราคาแค่ 2.40 บ/กก ถือว่าเป็นบุญของเกษตรกรแล้วครับ จะขยายเวลาให้พวกพ่อค้าขึ้นทะเบียนเกษตรกรอีกโธ่ รัฐบาลของพ่อค้าจริง ๆ สงสารเกษตรกรเงินเดือนก็ไม่มี พอจะได้ขายสินค้าเกษตรหน่อยทำเป็นกดราคาลานมันบอกว่าเยอะ แต่ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ บอกไม่มีมันเข้าลานมัน จะเอาความจริงจากไหนที่จะให้เกษตรกรเชื่อถือรัฐบาลได้ ตอนหาเสียงหน่อยพูดอยู่ประจำสินค้าเกษตรต้องมีราคาเพื่อให้เกษตรกรลืมตาอ้าปากได้ พอได้เป็นเหมือนกันหมด ก็ลิ้นคนนี่หนาสัจแต่จะพูดไป เอาตัวรอดไปวัน ๆ 

เงินเดือนท่านเพียงเดือนเดียวเกษตรขายสินค้าเกษตร 10 ปี ยังได้ไม่เท่าเลย เห็นใจเกษตรกรหน่อยครับ อีกนานเหร่าไหร่จะได้เลือกตั้งรัฐบาลอีกเหอๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ผู้แสดงความคิดเห็น คนไทบ้าน วันที่ตอบ 2012-02-24 10:46:15


ความเห็นที่ 10 (1599215)

ลำปางโครงการฯ ยังไม่เริ่ม ชาวบ้านต้องไปประท้วงถึงสองรอบถึงจะเริ่มดำเนินการวันที่1มีนาคม แต่ลานมีไม่กี่แห่ง เกษตรกรอยากเข้าร่วมจำนำมากๆ เพราะราคาท้องตลาดตอนนี้ต่ำมาก 1.6บาท/กก. รัฐไม่อยากเสียหน้าว่าโครงการนี้ไม่ได้ผล ผลักดันทั้งๆที่รู้ว่ามันมีจุดอ่อนมากมาย

 

ผู้แสดงความคิดเห็น เกษตรกรลำปาง วันที่ตอบ 2012-02-24 22:23:44


ความเห็นที่ 11 (1599369)

ช่วยไปตรวจเช็คลานมันที่กำแพงเพชรให้ดี ๆ ทีเหอะว่าลานมันรับซื้อกันแบบใหน  เปิดวันสองวันก็ปิดบอกว่ามันเต็ม  แต่ถ้าขายให้ลานโดยตรงละรับซื้อ  แต่ก็กดราคาเหลือ1.5 บาทต่อกก. แถมยังหักเปอร์เซ็นอีก 10 เปอร์เซ็น คือ100 ตัน หัก10 ตัน แล้วอย่างนี้เกษตรกรจะเหลืออะไร พวกลานมันกดเอากับประชาชนขนาดนี้  หน่วยงานราชการทำอะไรกันอยู่  เข้าไปร้องเรียนที่เวบกรมการค้าภายในก็ระบบล่ม  บันทึกข้อมูลไม่ได้  โครงการประกันรายได้ยังทำอะไรง่ายกว่านี้  ทำไมไม่เอามาทำต่อ  ชาวไร่ได้ประโยชน์ไม่ต้องง้อลานมันขนาดนี้ด้วย    จะโกงจะกินกันยังงัยก็ขอให้นึกถึงคนจนบ้าง ขอร้องเถอะ  ใครก็ได้ช่วยทำอะไร ให้เกษตรกรได้รับความเป็นธรรมที  นึกว่าสงสารคนจนก็แล้วกัน  

ผู้แสดงความคิดเห็น ไร่มันกำแพงเพชร วันที่ตอบ 2012-02-26 13:03:18


ความเห็นที่ 12 (1599374)

ขอบอกในฐานะลานมันที่ไม่ได้โกงหรือสวมสิทธ์  เราอยากทำโครงการจำนำแต่เราทำไม่ได้

-ลานที่เคยทำบอกว่ารัฐจ่ายเงินช้า ใช้เวลา 2-3 ปี

-รัฐไม่มีคลังให้ส่งในพื้นที่เลย ระบบยุ่งยาก ต้องจ่ายเงินพิเศษ...

เราอยากให้ราคาเกษตรกร เราทำไม่ได้

-โม่แล้วไม่มีที่ขาย ไม่มีใครซื้อ (ไม่ได้ใส่อะไรในมันเส้น) ปีที่แล้วยังขายไม่หมด ขาดทุนด้วย

-ส่งมันหัวไปโรงแป้งอย่างเดียว ราคาขึ้นลงตามนั้น ตอนนี้เราซื้อได้ 1.50 เขตสระแก้ว บางวันโรงแป้งก็ปิด ไม่มีที่ส่ง

เบื่อที่ รัฐบาล หรือสื่อมวลชน ที่พยายามให้ ลานมัน หรือพ่อค้าคนกลางอย่างเราเป็นผู้ร้าย  ลานดีๆ ก็มีกันครับ

สื่อก็โกหกให้รัฐบาล  เอาที่ไหนมาเขียน ว่าราคาท้องตลาดใกล้เคียง ราคาจำนำ ...ผิดกันเป็นบาท

สงสารประเทศไทย สงสารเกษตรกรไทย

ผู้แสดงความคิดเห็น ลานมันเล็กๆ วันที่ตอบ 2012-02-26 14:25:20


ความเห็นที่ 13 (1599390)

รัฐบาลขี้........... ท่าดีทีเหลวหลงสนับสนุนเลือกพรรคเพื่อไทยมานานต่อไปจะไม่เลือกแล้วและจะต่อต้านด้วย

ที่ไหนจำนำมันสำประหลังไม่เห็นมีที่รับจำนำสักที่เลย จังหวัดยโสธร มันราคาตกไม่ถึง ก.ก ละ 2 บาท มีแต่หาเสียง

ไม่เห็นรัฐบาลออกข่าวแก้ปัญหาราคาสักที  แบบนี้ให้ลาออกได้เลย

ผู้แสดงความคิดเห็น คนอำเภอมหาชนะชัย วันที่ตอบ 2012-02-26 19:50:28


ความเห็นที่ 14 (1599452)

 ผลการดำเนินโครงการแทรกแซงตลาดมันสำปะหลังปี 2554/55
วันศุกร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ 2012 เวลา 02:52 น.  
ความคืบหน้าโครงการแทรกแซงตลาดมันสำปะหลังปี 2554/55 ณ วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2555 ในพื้นที่ 47 จังหวัด ดังนี้
ลานมันแจ้งเข้าร่วมโครงการจำนวน 460 ราย
โรงแป้งแจ้งเข้าร่วมโครงการ 43 ราย

คลังกลางเก็บมันเส้น 143 ราย รวมความจุคลังสินค้า 2,496,002 ตัน

คลังกลางเก็บแป้ง 25 ราย รวมความจุคลังสินค้า 334,091 ตัน

ปริมาณหัวมันที่รับจำนำรวม 251,048 ตัน
ที่มา:  tapiocaonline

460 จากลานมันทั้งประเทศ 2000 ลานเศษ
43   จากโรงแป้ง 78 โรง
 
นี่คือดัชนีชี้วัดความมั่นใจของเอกชนที่รัฐบาลต้องการความร่วมมือให้ร่วมโครงการ และเป็นผลงานรัฐบาลยุคนี้ที่อยู่บนความเดือดร้อนของเกษตรกรส่วนใหญ่ 80 % ทั้งประเทศที่ขาดคุณสมบัติเข้าโครงการ ปลูกมันแล้วไม่มีที่ขาย อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในรัฐบาลที่ผ่านๆมา อย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม
ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-02-27 08:47:09


ความเห็นที่ 15 (1599489)

เดือดร้อนกันขนาดนี้ น่าจะตาสว่างกันบ้างนะครับ ทีหลังจะเลือกใครมาเป็นตัวแทนเป็นรัฐบาลก็ดูหน่อยแล้วกัน เจ็บไม่จำ ก็ถูกหลอกแบบนี้เรื่อยไปละครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น ชาวบ้าน วันที่ตอบ 2012-02-27 14:07:29


ความเห็นที่ 16 (1599583)

ที่เชึยงรายลานมันส่วนใหญ่ก็ยังไม่เปิดรับจำนำ บางแห่งเปิดแต่ให้ราคาแค่กก.ละ2.50บาท บอกว่าจำเป็นต้องกดราคาลงเพราะเวลาที่เขาเอาไปส่งเข้าส่วนกลางก็ไม่รู้ว่าจะถูกหักอะไรบ้างข้อมูลต่างๆก็ไม่ชัดเจน  แต่ถ้าขายสดเขาซื้อราคากก.ละ 1.50 บาทเท่านั้นไม่ใช่ 2.60บาทอย่างที่ท่าน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ช้แจงหรอก  และที่ลานมันซื้อแบบจำนำต่ำกว่า ราคาที่ประกาศด้วยเหตุผลที่กล่าวไว้ รัฐบาลจะว่าอย่างไร จะแก้ไขอย่างไร และถ้าจำเป็นต้องหักไม่ควรต่างกันมากอย่างนี้ และจะปล่อยให้แต่ละลานกำหนดเอาเองใครจะหักเท่าไหร่ก็แล้วแต่หรือ  เกษตรกรจะถูกกดขี่อย่างไรช่างหัวมันใช่ใหม?

ผู้แสดงความคิดเห็น เกษตกรเชียงราย วันที่ตอบ 2012-02-28 01:22:44


ความเห็นที่ 17 (1599652)

อยากจำนำหัวมันสดแต่ลานมันให้จำนำมันแห้งลานเข้าร่มโครงการก็น้อย  ขั้นตอนก็ยุงยาก  ขายหัวมันสดก็ราคาโคตรตำทำไงได้

เกษตกรคือผู้แบกพาระของชาติ  ไม่ว่าทำอะไรแม่งขาดทุนทุกที  ราคาสินค้าอื่นขึ้นอยู่เรื่อยสินค้าเกษตรโคตรตกตำ

ผู้แสดงความคิดเห็น เกษตกรผู้ท้อแท้ วันที่ตอบ 2012-02-28 11:53:09


ความเห็นที่ 18 (1599670)

 แจ้งว่ามีการขยายระยะเวลาการขึ้นทะเบียนและออกหนังสือรับรองเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังประจำปี 2554/55 ออกไปจนถึงวันที่ 31 มีนาคมนี้ ไปติดต่อที่อำเภอทางอำเภอแจ้งยังไม่มีหนังสือมาดำเนินการยังไม่ได้แล้วจะต้องรอไปอีกนานมั้ยนี่

 ลานมันที่เข้าร่วมโครงก็ให้ไม่เต็มตามที่ได้ มีการขอเข้าโครงการกับเราอีก เกษตรกรโดยเอกเปรียบตลอดเลย อ.แม่เปิน จ. นครสวรรค์ มีลานเข้าร่วมโครงการแค่ลานเดียว โกงสุดๆๆ

ผู้แสดงความคิดเห็น เกษตรการนครสวรรค์ วันที่ตอบ 2012-02-28 14:01:44


ความเห็นที่ 19 (1600207)

เรื่องนี้ต้องยกให้เป็นความผิดของรัฐบาลและคนที่เลือกพรรคเพื่อไทย ที่ชอบนโยบายประชานิยมลดภาษีน้ำมันเบนซินลงมา7บาทตอนได้เป็นรัฐบาลใหม่ๆ ทำให้ผลต่างกับแก๊สโซฮอลน้อย ขาดแรงจูงใจของผู้ใช้น้ำมันที่มีต่อแก๊สโซฮอล ทำให้ขายแก๊สโซฮอลได้น้อย แอททอลนอลซึ่งผลิตจากมันสำปะหลังล้นตลาด ซึ่งก่อนหน้านี้ผลิตไม่ทัน มันสำปะหลังมาเท่าไหร่ใช้หมด มันสำปะหลังจึงราคาดี  มาปีนี้คนไม่นิยมใช้แก๊สโซฮอล เพราะราคาเทียบกับเบนซินแตกต่างกันน้อยมาก  ความต้องการมันสำปะหลังเพื่อผลิตแอททอลนอลจึงต่ำไปด้วย ราคารับซื้อจึงจ้องต่ำตามหลักการอุปสงค์อุปทาน  สาธุประเทศไทย เกษตรกรจงจนกันต่อไป นักการเมืองจงรวยขึ้นทุกๆวัน สาธุ

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้อยากรวยด้วยมันสำปะหลัง วันที่ตอบ 2012-03-01 21:08:11


ความเห็นที่ 20 (1600258)

 มีข่าวคืบหน้ามาฝากให้อ่านกันครับ..

พาณิชย์เผยยอดรับจำนำมัน 1 เดือน ได้หัวมันสดเพียง 5 แสนตัน ยัน ไม่หวั่นเกษตรกรนำมันเข้าโครงการต่ำกว่าเป้า 10 ล้านตัน เชื่อโครงการจำนำดึงราคาตลาดขึ้นได้

เมื่อวันที่ 29 ก.พ. นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการรับจำนำมันสำปะหลังว่า จากการเปิดโครงการรับจำนำมันสำปะหลัง ฤดูกาล 254/55 ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา พบว่ามีเกษตรกรนำหัวมันสดมาเข้าร่วมโครงการแล้วประมาณ 490,000 ตัน ถือว่ายังมีปริมาณน้อยอยู่ เพราะเกษตรกรรอนำหัวมันสดมาจำนำในช่วงเดือน มี.ค. ที่จะได้ราคาเพิ่มอีกกิโลกรัม (กก.) ละ 5 สตางค์ ตามเกณฑ์การรับจำนำที่จะทยอยเพิ่มราคารับจำนำหัวมันสดเดือนละ 5 สตางค์

"ที่ประชุมไม่ได้กังวลว่าจะมีปริมาณหัวมันสดเข้าโครงการรับจำนำน้อย หรือต่ำกว่าเป้าหมายที่เปิดรับจำนำหัวมันสดไว้ที่ 10 ล้านตัน เพราะโครงการรับจำนำถือเป็นการช่วยเหลือและเป็นทางเลือกให้เกษตรกร ไม่ให้ถูกกดราคารับซื้อในตลาดต่ำจนเกินไป ดังนั้นหากมีปริมาณหัวมันเข้าโครงการต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด แสดงว่าโครงการรับจำนำได้ดึงราคาหัวมันสดในตลาดปรับขึ้นมา ทำให้เกษตรกรมีทางเลือกที่จะนำไปขายในตลาดได้อีกทาง" นางวัชรี กล่าว

สำหรับโครงการรับจำนำมันสำปะหลัง ฤดูกาล 2554/55 ได้เริ่มเปิดรับจำนำตั้งแต่ 1 ก.พ. โดยรับจำนำเริ่มต้น กก.ละ 2.70 บาท และจะทยอยปรับขึ้นราคาเดือนละ 5 สตางค์ จนสิ้นสุดโครงการวันที่ 31 พ.ค. ซึ่งราคารับจำนำหัวมันสดจะขึ้นไปอยู่ที่ กก. 2.90 บาท ตั้งเป้าหมายรับจำนำ 10 ล้านตัน จากผลผลิต 20-25 ล้านตัน ภายใต้วงเงินรับจำนำ 30,000 ล้านบาท
ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น Admin ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-03-02 07:15:02


ความเห็นที่ 21 (1600259)

คำถาม : ถามเล่นๆ แต่คิดจริงๆ

ผ่านไป 1 เดือน ได้มันเข้าโครงการเพียง 490,000 ตัน (ใน 10,000,000) ตัวเลขมันยังแทบไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์เลย(เหมือนเด็กเล่นขายของ) นี่หรือโครงการรัฐบาล..
 
ดึงราคาขึ้นจริงหรือไม่..เพราะตอนนี้เห็นมีแต่ดึงราคาลง ต่ำมากที่สุดในรอบ 3-4 ปีที่ผ่านมา ก่อนหน้าโครงการจะเปิด(ตุลาคม-พฤศจิกายน) ราคาก็อยู่ที่ 2.70-2.90 บาทอยู่แล้ว พื้นที่บางจังหวัดซื้อ 3.00-3.10 บาท ราคามาตกตอนมีข่าวว่าจะแทรกแซงใช่หรือไม่...
 
ใครได้ประโยชน์จากโครงการนี้... !!!!!!  คนในรัฐบาล, พ่อค้า, หัวคะแนน, เกษตรกร
 
แน่ใจหรือไม่ว่า 10 ล้านตันนั้นได้มาจากเกษตรกรโดยตรงมิใช่ในสต๊อกของใคร..!!!! รู้หรือไม่เจ้าของลานที่ออกไปตรวจสต๊อกมีลานลูก(สาขา)อีกกี่ลาน ..มีของรออยู่ในนั้นหรือไม่..!!!! ถ้ามี เหตุนี้หรือไม่ที่กว้านซื้อใบรับรองการขึ้นทะเบียนเกษตรกรจากเกษตรกรที่ขุดขายไปแล้ว...การขึ้นทะเบียนใหม่เอามันที่ไหนมาขึ้น ใครตรวจสอบ...
 
แน่ใจหรือไม่อัตราการแปรสภาพอยู่ในเกณฑ์ที่ถูกต้อง..!!!!
 
จุดรับซื้อภายในจังหวัดที่ห่างกันกว่า 100 กม.หรือไปกลับกว่า 300 กม.(เพราะพ่อค้าไม่เข้าร่วมโครงการ) ใครรับผิดชอบค่าขนส่งเพราะพาณิชย์ไม่อนุมัติให้ แต่กลับอนุมัติค่าขนส่งข้ามจังหวัดได้(รอยต่อบางจังหวัดบางทีไม่ถึง 50 กม.)เหตุนี้หรือเปล่าที่คนเอามาจำนำน้อยเพราะสู้ค่าขนส่งไม่ไหว..
 
เวรกรรม.
ผู้แสดงความคิดเห็น ขวานผ่าซาก วันที่ตอบ 2012-03-02 07:32:41


ความเห็นที่ 22 (1600261)

ลานที่เข้าโครงการแล้วผ่านการเห็นชอบของอนุกรรมการระดับจังหวัด ไม่มีสิทธิที่จะรับซื้อต่ำกว่าราคาที่รัฐฯกำหนดครับ โดยเฉพาะมีข่าวว่าจัดคิวขายยาวข้ามไปถึงเมษายน เพื่อถ้าใครต้องการแทรกคิว(ซื้อคิว)ต้องขายราคาต่ำกว่าโครงการ (ความคิดอุบาทหากินบนความทุกข์ยากของคนจนๆ) คนพวกนี้ต้องประนามและสาปแช่งครับ กรรมจะตามสนองในไม่ช้า เพราะการเก็บสต๊อกมันคือการอยู่กับไฟ(แอลกอฮอร์จากแป้งที่พร้อมจะลุกเป็นไฟได้ทุกขณะที่ความชื้นสูง) ถ้าใครมีพฤติกรรมอย่างนั้นแจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดของท่านในฐานะท่านเป็นประธานระดับจังหวัด อนุกรรมการ หรือพาณิชย์จังหวัดได้เลย เพราะลานที่เข้าโครงการได้เงินค่าแปรสภาพ ค่าเช่าโกดังเก็บจากรัฐบาลตลอดอายุการรับจำนำอยู่แล้วครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.สรรเสริญ ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-03-02 07:47:59


ความเห็นที่ 23 (1600270)

อยากให้รัฐบาลหรือพวกพ่อค้า(ที่เอาเปรียบเกษตกร)ย้อนหลังมองดูตัวเองบ้างว่ามาจากประชาชนที่เป็นเกษตรกรส่วนมากของประเทศที่เลือกท่านมา  จะเอาเปรียบอยากเป็นเศรษฐีระดับโลกหรือไรจึงจะเพียงพอต่อกิเลสตัญหา  ตอนนี้ที่สกลนครนครทั้งจังหวัดไม่มีลานมันเข้าร่วมโครงการรับจำนำหัวมันสำปะหลังแม้แต่รายเดียว  รัฐบาลคงตาบอดเพราะน้ำมันท่วมตามองไม่เห็นความจริง  บอกรับจำนำชุดราคามันสำปะหลังให้มีราคาดีขึ้น เข้ารับจำนำแล้วไม่ถูกกดราคา แต่มีลานที่ไหนมันเปิดรับเข้าโครงการของรัฐบ้าง(สกลนคร) ประโคมข่าวหลอกประชาชนเอาตัวรอดไปวัน ๆ เกษตรเห็นความจริงแลัวครับกับรัฐบาลของพ่อค้า(จริงๆ ) ตอนนี้ไม่มีลานรับซื้อมันสำปะหลังเลยครับ บอกลานใหญ่ไม่รับแล้ว(สกลนคร อ.ใกล้เคียง) เพิ่งขุดขาย 1 มีค.55 ลานมันบอก ไม่ให้ขุดอีกเพราะหยุดรับซื้อก่อน นี่แหละครับคนอีสาน ขนาดฐานเสียงใหญ่ของรัฐบาล (คนอีสานคงรู้่แล้วละครับรัฐบาลต่อไปจะเป็นพรรคใด)เขาเดือดร้อนมากกับราคามันสำปะหลังและลานรับซื้อมันสำปะหลัง คงต้องรอให้น้ำท่วมอีสานเหมือนกรุงเทพฯก่อน อย่างนั้นก็คงไม่ได้เพราะไม่โรงงานอุตสาหกรรม

ผู้แสดงความคิดเห็น คนไทบ้าน วันที่ตอบ 2012-03-02 08:54:53


ความเห็นที่ 24 (1600272)

 

Wichit Chaitrong
The Nation March 2, 2012 1:00 am
 
The Bank for Agriculture and Agricultural Cooperatives (BAAC) plans to provide Bt120 billion to support the government's rice-pledging scheme for the second crop running from this month until September, while an academic has warned that the scheme is heading for disaster, as it is damaging the market mechanism and leading to high inflation.
Luck Wajananawat, president of the BAAC, said yesterday that the bank had estimated providing Bt120 billion for the government to finance its rice-pledging scheme for the second crop that started on Wednesday and will continue until September 15. Production is expected to be 11.11 million tonnes of unmilled rice and the government will not limit the rice volume for the scheme.
Farmers in the South would join in from July 1 until October 31, he said. The implementation of the rice scheme for the first crop season, starting last October, came to an end on February 29.
Luck also revealed that as of Monday, the BAAC had provided Bt111.88 billion to 1,105,206 farmers nationwide who participated in the scheme with 6.67 million tonnes.
Meanwhile, Somporn Isvilanonda, an economist at the Knowledge Network Institute of Thailand, said the rice-subsidy scheme had proved a failure. Fewer farmers participated in the government programme as a large number of small-scale farmers need cash right away, hence they sold their rice to millers, he said. The government had previously estimated 20 million to 25 million tonnes of rice to be pledged under the scheme.
The government cannot push up the domestic or overseas price to its target, Somporn said. Domestic unmilled rice is currently Bt9,000-Bt10,000 per tonne, far short of the target of Bt15,000 per tonne. Last year's flood disaster might take about 8 million tonnes of rice out of the market.
The price of white rice in the overseas market is about US$500 per tonne, far below the government target of $800, he said.
Thailand's rice trade last year fell behind Vietnam's in the Asean market as it could export only 1 million tonnes against Vietnam's 3 million tonnes because of the high price of Thai rice, he said.
Vietnam sold rice at about $100 per tonne lower than Thai rice.
Thailand is also expected to lose the parboiled-rice market in Africa this year as India's lower price would gain it a larger market share, he warned.
He suggested that the government should help farmers cut their cost of production, as Vietnam does. "The government should not provide a high price subsidy but it could provide a little bit higher than market prices," he said. Too much subsidy ends up damaging the market mechanism and the country stands to lose when the Asean Economic Community is born in 2015.
"The government signs many free-trade agreements but its farm policy reverses the free-trade trend, it is heading for disaster," he warned.
Rice subsidy is expected to cost the taxpayer about Bt100 billion a year while small-scale farmers, who make up the majority, will not benefit from the scheme, he said.
Rice exporters cannot sell much overseas while the government does not know how to sell its stocks without incurring huge losses due to deteriorating rice quality after long periods of storage, he said.
Rice exports in the first two months of this year plunged by 70 per cent compared with the same period last year because of high competition from India and Vietnam, he said.
The government has stocks of about 5 million to 6 million tonnes of white rice. The stock is expected to pile up further as the government is expected to buy about 10 million tonnes of unmilled rice from the second crop.
The rising price of white rice due to government policy in the domestic market is expected to drive inflation, he warned. Farmers will grow more rice and grow less of other crops, which will also lead to high prices of vegetables, fruits and pork, he said.
In the future, Burma, Vietnam and Cambodia are likely to eat into Thailand's market for premium fragrant rice as these countries have substantially improved their rice quality, he said.
ผู้แสดงความคิดเห็น อ.สรรเสริญ ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-03-02 09:23:32


ความเห็นที่ 25 (1600321)

 

ผมขออนุญาตนำข่าวที่ได้จาก the Nation วันนี้มาลงให้อ่านกัน เพื่อเปรียบเทียบโครงการรับจำนำหรือเรียกอย่างสวยหรูว่า (แทรกแซงราคา)ของข้าวมาให้เปรียบเทียบ กับ มันสำปะหลัง ให้เป็นความรู้ว่าโครงการนี้ให้ประโยชน์กับเกษตรกรมากน้อยอย่างไร ต้องขอโทษที่ผมหาในหนังสือพิมพ์ที่พิมพ์เป็นภาษาไทยไม่ได้แต่จะขอบังอาจแปลเฉพาะจุดที่เป็นปัญหาในมุมมองของนักวิชาการให้พี่น้องได้ทราบพอสังเขปโดยไม่ละเอียดนักโครงการนี้มีบางจังหวัดกำลังถูก ดีเอสไอสอบสวนอยู่ในความไม่โปร่งใส(โกง)ของพ่อค้า(โรงสี) เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องและเกษตรกรที่มือกันร่วมกัน ผลการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น(แล้วจะค้นข้อมูลมาให้อ่าน) โครงการใหม่ก็โผล่มาอีกโดยใช้เงินมหาศาลที่มาจากภาษีของคนทั้งประเทศเพื่อคนกลุ่มเดียว
Wichit Chaitrong
The Nation March 2, 2012 1:00 am
 
The Bank for Agriculture and Agricultural Cooperatives (BAAC) plans to provide Bt120 billion to support the government's rice-pledging scheme for the second crop running from this month until September, while an academic has warned that the scheme is heading for disaster, as it is damaging the market mechanism and leading to high inflation.
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส)วางแผนในการเตรียมเงิน 120,000 ล้านบาท สำหรับโครงการรับจำนำหรือแทรกแซงราคาข้าว รอบที่ 2 ที่ได้เริ่มตั้งแต่เดือน(กุมภาพันธ์)นี้ไปจนถึง เดือนกันยายน (2555) ในขณะที่มีนักวิชาการได้ออกมาเตือนว่าโครงการดังกล่าวกำลังเผชิญหน้ากับความหายนะทำลายกลไกการตลาด และนำมาซึ่ง เงินเฟ้อในระดับสูงของประเทศ
Luck Wajananawat, president of the BAAC, said yesterday that the bank had estimated providing Bt120 billion for the government to finance its rice-pledging scheme for the second crop that started on Wednesday and will continue until September 15. Production is expected to be 11.11 million tonnes of unmilled rice and the government will not limit the rice volume for the scheme.
เมื่อวานนี้, คุณลักษ์ วจนานวัช  ประธาน ของ ธ.ก.ส กล่าวว่า  ประมาณการกาเตรียมเงินที่จะใช้ในโครงการแทรกแซงของรัฐบาล ในรอบที่ 2 ที่เริ่มตั้งแต่วันพุธ (29 กุมภาพันธ์ 55) และต่อเนื่องไปถึง เดือนกันยายน (2555), คาดว่าผลผลิตข้าวเปลือกที่จะได้ 11.11 ล้านตัน  และรัฐบาลไม่กำหนด(จำกัด)ปริมาณการรับจำนำของโครงการไว้ด้วย.
Farmers in the South would join in from July 1 until October 31, he said. The implementation of the rice scheme for the first crop season, starting last October, came to an end on February 29.
เกษตรกรในภาคใต้ สามารถเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่ วันที่ 1 กรกฎาคม จนถึง วันที่ 31 ตุลาคม 2555,  เขากล่าวว่าโครงการแรกได้เริ่มรอบแรกมาตั้งแต่ เดือนตุลาคมจนถึงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา
 
Luck also revealed that as of Monday, the BAAC had provided Bt111.88 billion to 1,105,206 farmers nationwide who participated in the scheme with 6.67 million tonnes.
คุณลักษณ์เปิดเผยว่า  ธ.ก.ส  ได้จ่ายเงินไปแล้ว 111.880 ล้านบาท กับ เกษตรกร 1,105,206 รายทั่วประเทศ ที่เข้าร่วมโครงการ กับจำนวนข้าวที่รับจำนำ 6.67 ล้านตัน.
 
Meanwhile, Somporn Isvilanonda, an economist at the Knowledge Network Institute of Thailand, said the rice-subsidy scheme had proved a failure. Fewer farmers participated in the government programme as a large number of small-scale farmers need cash right away, hence they sold their rice to millers, he said. The government had previously estimated 20 million to 25 million tonnes of rice to be pledged under the scheme.
ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์จาก สถาบันคลังสมองแห่งประเทศไทย (KNIT) คุณสมพร อิศวิลานนท์ กล่าวว่า, เงินช่วยเหลือของโครงการ ได้พิสูจน์แล้วว่าล้มเหลว, มีเกษตรกรเพียงส่วนน้อยที่เข้าโครงการ เพราะเกษตรกรต้องการเงินสด, ด้วยเหตุนี้ เกษตรกรจึงขายข้าวให้กับโรงสี(เพราะได้เงินสด) และยังกล่าวอีกว่า, ก่อนหน้านี้รัฐบาลประเมินว่าจะมีข้าวเข้าโครงการนี้ 20-25 ล้านตัน
The government cannot push up the domestic or overseas price to its target, Somporn said. Domestic unmilled rice is currently Bt9,000-Bt10,000 per tonne, far short of the target of Bt15,000 per tonne. Last year's flood disaster might take about 8 million tonnes of rice out of the market.
รัฐบาลไม่สามารถผลักดัน ราคาข้าวทั้งในประเทศหรือต่างประเทศได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้, คุณสมพรกล่าวว่า, ข้าวที่ยังไม่ได้สี(ข้าวเปลือก)ในประเทศ ปัจจุบันราคา 9,000 -10,000 ต่อตัน ในขณะที่เป้าหมายรัฐบาลตั้งไว้ 15,000 บาท ต่อตัน. เมื่อปีที่แล้ว มหาอุทกภัยที่เกิดขึ้น ทำให้ข้าวหายไปจากตลาดถึง 8 ล้านตัน.
The price of white rice in the overseas market is about US$500 per tonne, far below the government target of $800, he said.
คุณสมพรกล่าวว่า, ราคาข้าวขาวในตลาดต่างประเทศ ประมาณตันละ 500 เหรียญสหรัฐ, ต่ำกว่าเป้าหมายของรัฐบาลที่ตั้งไว้ 800 เหรียญ
Thailand's rice trade last year fell behind Vietnam's in the Asean market as it could export only 1 million tonnes against Vietnam's 3 million tonnes because of the high price of Thai rice, he said.
การขายข้าวของประเทศไทย เมื่อปีที่ผ่านมา ตกลงไปอยู่หลังเวียตนาม, ในตลาดอาเซียน เราสามารถส่งออกได้เพียง 1 ล้านตัน ในขณะที่ เวียตนามส่งออกได้ถึง 3 ล้านตัน เพราะราคาข้าวของเราสูงกว่า
Vietnam sold rice at about $100 per tonne lower than Thai rice.
Thailand is also expected to lose the parboiled-rice market in Africa this year as India's lower price would gain it a larger market share, he warned.
ข้าวเวียตนามขายต่ำกว่าข้าวไทยประมาณตันละ 100 เหรียญ.
นักเศรษศาสตร์  คาดว่าในปีนี้ อินเดียจะสามารถแย่งส่วนแบ่งตลาดข้าวนึ่งในทวีปแอฟริกาเนื่องจากราคาที่ต่ำกว่าอีกด้วย.
He suggested that the government should help farmers cut their cost of production, as Vietnam does. "The government should not provide a high price subsidy but it could provide a little bit higher than market prices," he said. Too much subsidy ends up damaging the market mechanism and the country stands to lose when the Asean Economic Community is born in 2015.
นักเศรษฐศาสตร์แนะนำให้รัฐบาลควรจะช่วยเกษตรกรให้ลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในการปลูกพืช, เหมือนอย่างที่เวียตนามทำ, “รัฐบาลไม่ควรจัดตั้งราคาสูงมากๆเพื่อช่วยเหลือ(อุ้ม) แต่ ควรจะให้สูงเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบราคาตลาด, การช่วยเหลือมากๆ จุดจบคือ ความเสียหายกับกลไกของตลาด และ ยืนรอความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นกับประเทศ (เหมือนไม่ทำอะไรเลย) เมื่อ AEC เกิดขึ้น(มีผลบังคับ)ในปี 2558 นี้
"The government signs many free-trade agreements but its farm policy reverses the free-trade trend, it is heading for disaster," he warned.
รัฐบาลเที่ยวไปลงนามในข้อตกลงเกี่ยวกับการค้า  แต่ นโยบายด้านการเกษตร มีแนวโน้มจะไปในทางตรงกันข้ามของฟรีเทรด มันคือหายนะที่เรากำลังเผชิญอยู่.
Rice subsidy is expected to cost the taxpayer about Bt100 billion a year while small-scale farmers, who make up the majority, will not benefit from the scheme, he said.
เงินที่นำมาสนับสนุนข้าว ในแต่ละปี คาดว่าจะใช้เงินภาษีของคนทั้งประเทศ ประมาณ 100,000 ล้านบาท,ในขณะที่คนที่รับความช่วยเหลือมีเพียงเกษตรกรกลุ่มเล็กๆ, คนส่วนใหญ่จะไม่ได้ประโยชน์จากโครงการ.
Rice exporters cannot sell much overseas while the government does not know how to sell its stocks without incurring huge losses due to deteriorating rice quality after long periods of storage, he said.
ผู้ส่งออกข้าวไม่สามารถขายให้ต่างประเทศมากนัก ในขณะที่รัฐบาลก็ไม่รู้ว่าจะขายข้าวอย่างไร โดยปราศจากความสูญเสีย,ความเสื่อมคุณภาพอย่าง ใหญ่หลวง หลังจากเก็บไว้ในสต๊อกเป็นเวลานานๆ.
Rice exports in the first two months of this year plunged by 70 per cent compared with the same period last year because of high competition from India and Vietnam, he said.
ยอดส่งออกข้าวของ 2 เดือนแรกปีนี้ ดิ่งลงประมาณ 70 % เมื่อเทียบกับระยะเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา เนื่องจาก การแข่งขันที่สูง จากอินเดีย และเวียตนาม
The government has stocks of about 5 million to 6 million tonnes of white rice. The stock is expected to pile up further as the government is expected to buy about 10 million tonnes of unmilled rice from the second crop.
ขณะนี้รัฐบาลมีสต๊อกเป็นข้าวขาวประมาณ 5-6 ล้านตัน. คาดว่าจะเป็นปัญหาใหญ่ ในวันข้างหน้า เมื่อรัฐบาลคาดหมายจะซื้อข้าวเปลือกประมาณ 10 ล้านตันจากโครงการรอบที่ 2
The rising price of white rice due to government policy in the domestic market is expected to drive inflation, he warned. Farmers will grow more rice and grow less of other crops, which will also lead to high prices of vegetables, fruits and pork, he said.
การที่รัฐบาลมีนโยบายผลักดันราคาข้าวขาวตลาดภายในประเทศ คาดหมายได้ว่าจะเป็นตัวขับเคลื่อนสภาพเงินเฟ้อให้สูงขึ้น, ชาวนาจะปลูกข้าวมากขึ้น(ปลูกแล้วขายรัฐบาลซื้อ) ปลูกพืชอย่างอื่นน้อยลง นำไปสู่ราคา ผัก ผลไม้ และเนื้อหมูจะปรับราคาสูงขึ้น.
In the future, Burma, Vietnam and Cambodia are likely to eat into Thailand's market for premium fragrant rice as these countries have substantially improved their rice quality, he said.
เป็นไปได้ว่า ในอนาคต พม่า เวียตนาม เขมร จะเข้ามาแย่งตลาดข้าวหอมของไทย เนื่องจากประเทศเหล่านี้กำลังพัฒนาคุณภาพข้าวของเขาให้ดีขึ้นอยู่. นักเศรษฐศาสตร์กล่าว
 

(ต้องขออภัยถ้าการแปลอาจมีคำในวงเล็บแทรกเข้ามาขอยืนยันว่าทำเพื่อความเข้าใจที่ง่ายขึ้นเท่านั้น) 

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.สรรเสริญ ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-03-02 12:44:45


ความเห็นที่ 26 (1600347)

 อ้างถึง...


สหกรณ์ส่งออกตรง มันสำปะหลัง ไปจีน   [วันที่ 12 ก.ค. 2554    ]
          จันทบุรี - สันนิบาตสหกรณ์จับมือสหกรณ์ฯ เล็งนำผลผลิตเกษตรชาวไร่มันสำปะหลังในพื้นที่อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี 1,000,000 ตัน ส่งออกจีนโดยไม่ผ่านนายหน้าคนกลาง คาดนำร่องได้ปลายปี 54 นี้ 
 
          นายพีระพันธ์ เหมะรัต กรรมการสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากการหารือร่วมกับประธานชุมนุมสหกรณ์เคติดยูเนียนแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย นายรุ่งโรจน์ เหมันสิทธิกุล อดีตรอง ผู้จัดการบริษัท เจริญโภคภัณฑ์ จำกัด และผู้จัดการสหกรณ์ต่างๆ ใน อ.สอยดาว จ.จันทบุรี ร่วมกันหารือถึงความเป็นไปได้ โดยการส่งออกมันสำปะหลัง ไปยังประเทศจีนโดยตรง โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง 
 
          ทั้งนี้การหารือดังกล่าวเป็นไปเพื่อการนำร่องการขายมันสำปะหลังของเกษตรกรโดยไม่ผ่านกลไกทางตลาด เหมือนที่ผ่านมา หรือไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางอีกต่อไป ซึ่งจะทำให้เกษตรกรไม่ต้องถูกกดราคา   ในการหารือ เราได้นำนายรุ่งโรจน์มาร่วมหารือ เนื่องจากเป็นบุคคลที่เคยมีประสบการณ์ในการประสานการส่งออกระหว่างการขายมันสำปะหลัง ระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลจีนโดยตรงจำนวนกว่า 145,000 ตัน ในปี 2553 ซึ่งจะแตกต่างไปจากระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ที่จีนรับซื้อมันสำปะหลังจากพ่อค้าโดยตรง นายพีระพันธ์ กล่าว 
 
          ทั้งนี้สันติบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย ได้เลือกอำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี เป็นต้นแบบในการส่งออกมันประหลังโดยตรง ไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง ซึ่งในพื้นที่อำเภอสอยดาว มีพื้นที่การเพาะปลูกมันสำปะหลังกว่า 150,000 ไร่ มีผลผลิตทั้งสิ้นต่อปีกว่า 1,000,000 ตัน โดยปีนี้จะเป็นปีแรกของการให้เกษตรกรขายผลผลิตเอง หรือขายมันสำปะหลังไปยังต่างประเทศโดยตรง 
 
          สำหรับในช่วงปลายปี 2554 เป็นช่วงที่มันประหลังจะเริ่มออกสู่ตลาด ตนและนายรุ่งโรจน์ จะให้ชาวไร่มันประหลังใน อ.สอยดาว ขายผลผลิตมันสำปะหลัง 5 เปอร์เซ็นต์จากจำนวน 1,000,000 ตัน ไปยังประเทศจีนโดยตรง เป็นการนำร่องหรือทำเป็นแบบอย่าง สำหรับเกษตรกรรายอื่นๆ ที่จะทำตามต่อไป ซึ่งจากนี้ไปจะเป็นมิติใหม่ของการจำหน่ายผลผลิตการเกษตรของเกษตรกรไปยังต่างประเทศ ไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลางอีกต่อไป นายพีระพันธ์ กล่าว--จบ--

ผู้แสดงความคิดเห็น tung3955 (tung3955-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-03-02 13:45:02


ความเห็นที่ 27 (1600380)

 ถ้าหากไม่ได้ับความเป็นธรรมจากพ่อค้าที่ซื่อ ลดลงจากราคา ทางรัช ประกาศ อยู่ 250 บาทต่อตัน ค่ะ เช่นรัชประกาศซื้อที่ 2650 ทางพ่อค้าหรือเจ้าของลานมันที่เขาโครงการก็จะมารับซื้อจากเกษตรกรอยู่ที่ 2400 บาทต่อตันค่ะ ถ้าเป็น อย่างนี้เกษตรจะมีวิธีการดำเนินการอย่างไรบ้างค่ะ

เพราะเกษตกรกำลังโดนเอาเปรียบค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น ืNoonoy วันที่ตอบ 2012-03-02 17:12:41


ความเห็นที่ 28 (1600458)

บอกขยายเวลาขึ้นทะเบียนสำหรับเกษตรกรท่ียังไม่ได้ขึ้นถามเกษตรไม่มีใครรู้เรื่อง

ขอกู้เงินชลอขุดหัวมันบอกว่าให้เข้ากลุ่มก่อนไม่เคยเป็นลูกค้าธกส ยังไม่รู้เลยว่าต้องไปเข้ากับใครเพิ่งกลับมาเป็นเกษตรกรปีแรก  แล้วจะไปเข้ากับใครเนี่ยหันหน้าไปทางไหนไม่ได้เลย

ช่วยด้วยเข้าโครงการไม่ได้

ผู้แสดงความคิดเห็น Oh no วันที่ตอบ 2012-03-03 11:30:39


ความเห็นที่ 29 (1600518)

 ที่บอกว่าขยายเวลาขึ้นทะเบียน จริงๆ แล้วมีรายละเอียดมากกว่านั้นนะครับ คือ ต้องเป็นเกษตรกรผู้ที่เคยขึ้นทะเบียนไว้แล้วเมื่อปี 53 นะครับ คนที่ปี 54 ไม่ได้ขึ้นทะเบียน แต่ปี 53 ขึ้นทะเบียนไว้ จึงจะมีสิทธิ์นะครับ 

หมายความว่าเกษตรกรที่เพิ่งจะปลูกมันปีที่แล้วเป็นปีแรก ไม่มีสิทธิ์นะครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น novice วันที่ตอบ 2012-03-04 09:17:25


ความเห็นที่ 30 (1601342)

ไปติดต่อที่เกษตรอำเภอแม่เปิน จ.นครสวรรค์ เรื่องการขยายระยะเวลาลงทะเบียนและออกใบรับรอบเกษตรกรผู้ปลูกมันถึงวันที่ 29 มี.ค. 55  ทางเกษตรแจ้งว่ายังดำเนินการไม่ได้ต้องรอหนังสือแจ้งก่อนต้องรอถึงเมื่อไรค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น เกษตรกร อ.แม่เปิน (jeje_chi-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-03-09 10:54:08


ความเห็นที่ 31 (1601354)

ผมเห็นใจเกษตรกรมากครับ แต่การทำงานของเจ้าหน้าที่ก็เป้นไปอย่างที่เขาเป็นกันนั่นแหละครับ บ้างครั้งก็ท้อ แต่พอเจอมามากๆก็ทำใจ และพยายามทำความเข้าใจพวกเขา การทำงานที่ไม่เป็นเอกภาพอย่างนี้แหละครับ ที่ทำให้เวลามันเสียไปและสั้นลงโดยไม่มีความจำเป็น และเกิดการเสียหาย เพราะถ้าหมดเวลาเกษตรกรก็หมดโอกาส ต้นเรื่องการขยายเวลาอยู่ที่กระทรวงพาณิชย์ ตัวแทนกระทรวงพาณิชย์คือ พาณิชย์จังหวัด แต่คนรับขึ้นทะเบียนกลับเป็นอีกกระทรวงเกษตรฯทีมีสำนักงานเกษตรอำเภอเป็นผู้รับ การสื่อสารของพวกเขาผมไม่ทราบว่ากระบวนการมันซับซ้อนแค่ไหนมันจึงช้าเช่นนี้ ในจังหวัดที่ผมเป็นผู้ทรงคุณวุฒิโครงการฯ อยู่ที่จังหวัดกาญจนบุรี เห็นเขาทำได้เร็วมาก พอทราบข่าวผมโทรไปถามเกษตรจังหวัดก็ทราบว่าเตรียมรองรับเกษตรกรเรียบร้อย มันเลยต่างกัน ที่คนรับผิดชอบระดับจังหวัดคือ"เกษตรจังหวัด" ลองไปถามดูที่เกษตรจังหวัด หรือพาณิชย์จังหวัดเลยครับเดี๋ยวเวลาหมดจะเข้าไม่ได้ หรือพอได้ขึ้นทะเบียนแล้วยังไม่รู้ว่าจะมาเจอวิชามารปัญญาอ่อนๆเรื่อง "คิว"ยาวจนถึงเมษา-พฤษภาจนเกษตรกรกลัว ต้องลดราคาขายเพื่อแลกกับ"คิวลง"อีก

ผมเข้าใจครับการทำงานของหน่วยงานของรัฐฯ ผมประสบมากับตัวเองตอนเป็นที่ปรึกษาคณะทำงานและกรรมการป้องกันกำจัดเพลี้ยแป้งปี 2551-2552 จังหวัดอุทัยธานี ได้สอบถามข้อมูลไปที่สำนักงานเกษตรจังหวัดนี้เรื่องพื้นที่ระบาด เพราะต้องการป้องกันพื้นที่รอยต่อ ผมได้รับคำตอบที่ไม่ค่อยเป็นมิตรนัก พร้อมกับขอให้ทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษร เหตุผลคือกลัวคนอื่นจะมาแย่งผลงาน สุดท้ายตอบผมว่า แม่เปิน แม่วงษ์ ไม่มีพื้นที่การระบาด ต่อมาผมถูกเชิญมาบรรยายที่ สหกรณ์การเกษตร อ.แม่เปิน เขาพาไปดู จึงรู้ว่าระบาดหนักมากจนท้องที่เอาไม่อยู่ จนผมต้องมาสอนให้ผลิตเชื้อราขาวที่สหกรณ์ฯ ดังนั้นการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่ให้คำตอบผมจึงเป็นไปได้ว่า ไม่อยากให้เพราะไม่รู้ว่าใครเป็นใคร หรือไม่ลงพื้นที่แต่รายงานเท็จขึ้นไป เรื่องนี้เมื่อผมเข้าประชุมที่กรมวิชาการฯและได้พูดในที่ประชุมจนทราบภายหลังว่าผู้นำของจังหวัดนี้ถูกตำหนิจากท่านอธิบดีกรมส่งเสริมฯในงานเลี้ยง ต่อหน้าเกษตรจังหวัดทั้งประเทศ นี่ไงครับผมจึงบอกว่า"ทำใจ" อย่าหวังพึ่งใครมากนัก ขนาดผมยังโดน ไปตามเองเพื่อผลประโยชน์ของเราดีที่สุด โชคดีครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.สรรเสริญ ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-03-09 11:45:13


ความเห็นที่ 32 (1601547)

มีความเคลื่อนไหวล่าสุดมาให้อ่านกัน เช่นเดิมหามาจากหนังสือภาษาอังกฤษ (the nation) หนังสือพิมพ์ภาษาไทยเอาแต่ลงข่าวดาราเตียงหัก ตุ๊กแกให้หวย นายกไปเที่ยว(ทัวร์)ญี่ปุ่น ฯลฯ ที่ไม่ได้เกี่ยวกับปากกับท้องขอเกษตรกรที่กำลังจะตายเลย เฮ้อ... เศร้า...

Tapioca smuggling drags down price: traders
PETCHANET PRATRUANGKRAI
THE NATION
March 10, 2012 1:00 am
 
Thai tapioca traders yesterday claimed that the falling price of cassava was due to some traders smuggling the product in from Cam- bodia, because of the Thai government's high pledging price.
The comments came after yesterday's meeting between the Internal Trade Department of the Commerce Ministry and the Thai Tapioca Traders Association aimed at reversing   the price decline which is hurting local farmers.
The government has blamed traders for the low price, saying they have colluded  to pressure farmers to sell to them cheaply.
Teera Tantipanitkool, manager of the association, said the government should closely monitor smuggling of tapioca chip from Cam-bodia into border provinces in the East, since more than 300,000 tonnes of smuggled cassava had entered the country.
The price of tapioca chip from Cambodia is Bt6 per kilogram, and Bt1.70-Bt1.80 for fresh cassava, while the price of tapioca chip in the Kingdom is above Bt8 per kilo, as the pledging price for fresh cassava is currently Bt2.80.
The pledging price will gradually increase to Bt2.90 over the next two months. The current market price for fresh cassava is Bt1.30-Bt1.90 per kilo.
Teera said that because Cam-bodian tapioca chip is much cheaper than domestic cassava, traders have begun purchasing the neighbouring country's cassava instead of the local product.
The association has called on the government to lower the pledging price to reflect the real market price and solve the smuggling problem, which is hurting domestic farmers.
Seree Denworalak, president of the association, said the government should either scrap the pledging programme or lower the pledging price to Bt2.50 per kilo.
He said traders would willingly pay a higher price when the market mechanism has done its work.
 
 
การลักลอบนำเข้ามันสำปะหลังฉุดราคาดิ่งเหว..
 
สมาคมผู้ค้ามันสำปะหลังไทยยืนยันว่าราคามันสำปะหลังที่ตกลง เนื่องมาจาก มีพ่อค้าลักลอบนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศกัมพูชา เพราะว่าราคารับจำนำมันปะหลังของรัฐบาลสูงเกินไป
ผลวิเคราะห์จากการประชุมระหว่าง กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ และสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย เมื่อวานนี้ (09/03/55) โดยมุ่งไปที่ราคามันสำปะหลังที่เปลี่ยนแปลงและดิ่งลงอย่างรุนแรง สร้างความเจ็บปวดให้กับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังภายในประเทศ, รัฐบาลได้กล่าวตำหนิพ่อค้าที่สมคบกันทำให้ราคารับซื้อต่ำ เพื่อกดดันเกษตรกรให้ขายให้พวกเขาในราคาถูกๆ
นายธีระ ตันติพาณิชย์กุล(ขออภัยถ้าแปรนามสกุลท่านคลาดเคลื่อน) ผู้จัดการของสมาคมฯ กล่าวว่า รัฐบาลเองควรติดตามการลักลอบนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศกัมพูชาที่ติดชายแดนจังหวัดด้านตะวันออกของประเทศอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีการลักลอบนำมันสำปะหลังเข้าประเทศมาแล้ว กว่า 300,000 ตัน
ราคามันเส้นจากประเทศกัมพูชา กิโลกรัมละ 6 บาท และ หัวมันสด 1.70-180 ต่อกิโลกรัม ในขณะที่ ราคามันเส้นภายในประเทศไทย สูงกว่า 8 บาทต่อกิโลกรัม, และ ราคารับจำนำหัวมันสดในปัจจุบัน กิโลกรัมละ 2.80 บาท. และจะขึ้นไปเป็น 2.90 บาท ในอีก 2 เดือนข้างหน้า ปัจจุบันตลาดรับซื้อหัวมันสำปะหลังสดอยู่ที่ 1.30 -1.90 ต่อกิโลกรัม.
นายธีระกล่าวว่า   เนื่องจากมันสำปะหลังเส้นของกัมพูชาถูกกว่าในประเทศมาก , พ่อค้าจึงเริ่มทำการซื้อมันสำปะหลังจากเพื่อนบ้าน แทนการซื้อผลผลิตจากภายในประเทศ อีกทั้งสมาคมยังได้เรียกร้องรัฐบาลให้ปรับลดราคารับจำนำลงมา เพื่อสะท้อนความเป็นจริงของราคาตลาด และเพื่อการแก้ปัญหาการลักลอบนำเข้า ที่สร้างความเจ็บปวดให้กับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังภายในประเทศ
นายเสรี เด่นวรลักษณ์ นายกสมาคม กล่าวว่า รัฐบาลควรกระทำอย่างใดอย่างหนึ่ง, ยกเลิก (ยุบโครงการ)หรือ ปรับราคารับจำนำให้ลดลงมาอยู่ที่ 2.50 บาทต่อกิโลกรัมก็ได้, เขายังกล่าวอีกว่า ผู้ค้าก็ควรจะช่วยกันเพิ่มราคารับซื้อให้สูงขึ้น เมื่อกลไกของการตลาดเริ่มทำงาน.
 
ผู้แสดงความคิดเห็น อ.สรรเสริญ ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-03-10 19:30:24


ความเห็นที่ 33 (1601669)

 เฮ้อๆๆๆเคยได้ยินพ่อบอกว่า  (พ่อชอบทักษิณและเสื้อแดงมากๆๆๆๆๆๆ)แต่พอเจอนโยบายรับจำนำข้าว  และต่อมาก็จำนำมันนะ  เค้าก็พูดว่า  จริงๆๆแล้วโครงการประกันราคาของประชาธิปัติมันก็ดีนะ  แต่ไม่ชอบ อภิสิทธิ์ สมน้ำหน้าอภิสิทธิ์ที่ไม่ชนะการเลือกตั้ง  แล้วมาตอนนี้ล่ะ (อยากบอกว่าสมน้ำหน้าอภิสิทธิ์ที่ราคาข้าวก็ตกต่ำ  ราคามันสำปะหลังก็ตกต่ำ  คิดล้วมันเซงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕สมน้ำหน้าพวกชาวนาและชาวสวนที่ชอบเสื้อแดงบ้าง  ชอบทักษิณบ้างเป็นงัยล่ะ  พอเข้ามาทีแรกทำเป็นลดราคาน้ำมัน  แล้วมาดูตอนนี้สิราคาน้ำมันโคตรแพง  พืชเกษตรราคาโคตรต่ำ  วันๆๆไม่ทำรัยสนใจแต่เรื่องของพรรคพวกตัวเอง  ไม่เห็นทำอะไร  วันๆๆมีแต่จะจ่ายค่าชดเชย  แต่ไม่เคยมองพี่น้องเกษตรกรที่เขาเลือกมรึงเลยทักษิณ

ผู้แสดงความคิดเห็น เล็ก นครพนม วันที่ตอบ 2012-03-12 09:39:58


ความเห็นที่ 34 (1601955)

โยบายรับจำนำล้มเหลว

      6 เดือนตั้งแต่เริ่มโครงการรับจำนำสินค้าเกษตร, ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ฯ ต้องทบทวนนโยบาย ที่ใช้เงินงบประมาณของประเทศไปกว่า 300,000 ล้าน(สามแสนล้าน)บาท ขณะที่เกษตรกรยังคงเดือดร้อนกับราคาสินค้าที่ยังคงต่ำอยู่
 
ตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา รัฐบาลได้จ่ายเงิน(กับโครงการรับจำนำ)รวมกันแล้ว 310.270 ล้านบาท (สามแสนหนึ่งหมื่นสองร้อยเจ็ดสิบล้านบาท) เพื่อสนับสนุนโครงการรับจำนำข้าว, มันสำปะหลัง, กระเทียม, และหอมแดง แต่นโยบายการยกระดับราคาของสินค้าเหล่านั้นได้ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากการขาดประสิทธิภาพของโครงการ รัฐบาลได้ปรับแผนเฉพาะการบริหารเพื่อให้เกิดผลกับโครงการฯ ยกระดับราคาสินค้าเกษตรให้สูงขึ้น, แต่ ล้มเหลวที่จะเยียวยาเกษตรกรผู้เดือดร้อน, กระบวนการด้านการตลาดและการค้า, เป็นผลให้เกิดการชะลอตัวทั้งภาคการส่งออก และตลาดการบริโภคภายในประเทศ.
ตามที่เป็นมาเสมอๆ, ระบบรับจำนำ คือแนวทางที่เกี่ยวข้องการคอรัปชั่น(โกง) สต๊อกสินค้าของรัฐบาลอย่างไม่ยากเลย  ในอีกไม่นานนัก ผู้เสียภาษีส่วนใหญ่ก็คงจะไม่เต็มใจให้ใช้เงินนับแสนล้านบาทในการสนับสนุนต่อไป, ขณะที่ ช่องทางกระบวนการต่างๆของโครงการฯเป็นช่องทางให้เกิดการคอรัปชั่น(โกง), และได้ผลประโยชน์เพียงกลุ่มคนกลุ่มเล็กๆเท่านั้น
ต้นทุนการผลิตของเกษตรกรส่วนใหญ่ล้วนสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน, ในขณะที่ผลผลิตต่อไร่กลับต่ำกว่ามาก, รัฐบาล “เพื่อไทย” ไม่เคยมีแผนที่การลดต้นทุน, หรือประชาสัมพันธ์สนับสนุนเรื่องการพัฒนาภาคการเกษตรเลย, และสิ่งที่สามารถทำได้อย่างง่ายๆ คือการนำเงินงบประมาณของแผ่นดิน(ภาษีของคนทั้งแผ่นดิน)ออกมาใช้ ในการช่วยอุดหนุนในระยะสั้นๆเท่านั้น
ต้นทุนการผลิตข้าวของไทย ไร่ละ 6,000-7000 บาท ในขณะที่เวียตนามอยุ่ที่ 4,900-5,000 บาทต่อไร่ ผลผลิตของเวียตนามเฉลี่ยที่ 862 กก.ต่อไร่ ตรงกันข้าม ของไทยเพียง 448 กก.ต่อไร่. ปัจจุบัน ราคาข้าวนาปีในตลาด 9,000-10,000 บาทต่อตัน, ในขณะที่ราคารับจำนำของโครงการคือ 15,000 บาท, มูลค่าการส่งออกของข้าวไทย ลดลงถึง 50.3 เปอรเซ็นต์ ที่ 1.03 ล้านตัน จาก เดือนมกราคม ถึง เดือนมีนาคม ของปีนี้. เนื่องจากผลผลิตที่ได้จากการเก็บเกี่ยวข้าวไทย แพงเกินกว่าที่จะแข่งขันทางการค้าได้   รัฐบาลคาดว่าจะจ่ายเงินอย่างน้อย 220,000 ล้านบาท ในโครงการรับจำนำข้าวรอบที่ 2 สำหรับฤดูเก็บเกี่ยวนาปีและนาปรัง ระหว่าง ตุลาคมปีที่แล้ว และ มิถุนายน ของปีนี้
กว่า 10 ปีมาแล้ว ผลผลิตมันสำปะหลังไทยต่อไร่ยังคงต่ำ และลดลงเรื่อยๆ , ขณะที่ โครงการการแทรกแซงราคาเพิ่มขึ้นสองเท่า ต้องใช้เงินถึง 40,000 ล้านบาท สำหรับฤดูการเกี่ยว 2555 นี้, ราคารับซื้อมันสำปะหลัง(ในตลาด)ยังคงต่ำ อยู่ที่ 1.30 – 1.90 ต่อกิโลกรัม ขณะที่ราคารับจำนำของรัฐบาลอยู่ที่ 2.75-2.90 บาท ต่อกิโลกรัม. โครงการแทรกแซงราคา(รับจำนำ)มันสำปะหลังเริ่มตั้งแต่ เดือน กุมภาพันธ์ เพื่อเป้าหมายยกระดับราคาในตลาด , ในส่วนผู้ประกอบการ ไม่สามารถยอมรับราคารับจำนำของโครงการที่สูงได้ เนื่องจาก ไม่เป็นไปตามกลไกของตลาด
ต้นทุนการปลูกมันสำปะหลังในประเทศไทย, ไม่รวมค่าต้นพันธุ์ คืออยู่ที่ 85 สตางค์ต่อกิโลกรัม เปรียบเทียบกับเวียตนาม 77 สตางค์ และ 61 สตางค์ต่อกิโลกรัมในเขมร ปัจจุบัน มีมันสำปะหลังเข้าโครงการรับจำนำเพียง 700,000 ตัน เทียบกับเป้าหมายโครงการตั้งไว้ถึง 10 ล้านตัน (ยังห่างไกลความเป็นจริงมาก ขณะที่เหลือเวลาเพียง 2 เดือนเศษ)
เมื่อเร็วๆนี้ รัฐบาล ยังถูกกดดันโดยเกษตรกรผู้ปลูกกระเทียม จากภาคเหนือ ให้ขยายโครงการรับจำนำออกไปให้ครบฤดูการปลูกกระเทียม. โดยรัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณไว้ 70 ล้านบาท สำหรับการรับจำนำกระเทียม แต่ ผลผลิตในปีนี้สูงเกินกว่า 46 ล้าน กิโลกรัม รัฐบาลจึงต้องเพิ่มงบประมาณสำหรับโครงการรับจำนำที่จะยกระดับราคากระเทียมเพิ่มขึ้น ถึง 1.6 ล้านบาท (พันหกร้อยล้าน) ถ้าต้องซื้อผลผลิตทั้งหมด
ผู้ปลูกกระเทียมร้องเรียนว่าเดือดร้อนเนื่องจากราคารับซื้อกระเทียมฤดูนี้ ตกลงเหลือกิโลละ 7-9 บาท ขณะที่ต้นทุนอยู่ที่ กิโลละ 10 บาท เมื่อปีที่ผ่านมา ขายกระเทียมได้ กิโลกรัมละ 30-40 บาท เกษตรกรกล่าวว่า โครงการรับจำนำของรัฐบาลไม่มีประสิทธิภาพ  ขาดการวางแผนและพิจารณาสำหรับปริมาณผลผลิตโดยรวมที่ถูกต้อง งบประมาณ 70 ล้านบาท รัฐบาลได้มอบหมายให้กรมการค้าภายใน รับซื้อกระเทียมที่ราคา 40 บาทต่อกิโลกรัมนั้น ไม่ใช่แนวทางที่เป็นไปได้ในการยกระดับราคา ขณะที่ผลผลิต ออกมาเกินกว่าการคาดหมายของรัฐบาล
ส่วนงบประมาณของ โครงการรับจำนำหอมแดง ตั้งไว้ที่ 1.2  ล้านบาท (พันสองร้อยล้าน) อย่างไรก็ตาม ราคาหอมแดงในปัจจุบันอยู่ที่ กิโลกรัมละ 7-8 บาท ขณะที่ ต้นทุนการปลูกอยู่ที่ 5-6 บาทต่อกิโลกรัม รัฐบาลประสบปัญหาเกี่ยวกับการเสื่อมคุณภาพของหอมแดง โครงการรับจำนำที่มีงบประมาณ 289 ล้านบาทล้มเหลวขาดทุน จากผลที่ รัฐบาลไม่สามารถปล่อยออกหอมแดงได้ตามความต้องการที่จะทำกำไร หลังจากรับจำนำ เนื่องจากการไร้ประสิทธิภาพการเก็บรักษาของคลังเก็บสินค้า
ในทางตรงกันข้ามกับการยกระดับราคาเพิ่มขึ้น เพื่อจะการช่วยเหลือเกษตรกร ที่ซึ่งนำไปสู่การสูญเสียอย่างใหญ่หลวงในแต่ละปีนั้น  รัฐบาลควรที่จะสนับสนุนด้านการพัฒนาระบบเกษตร การตลาด และการค้า เพื่อให้เป็นไปตามกลไกของมันมากกว่า รัฐบาล ควรที่จะตั้งเป้าหมาย สนับสนุนด้านการผลิตให้สูงขึ้น ยกระดับคุณภาพของสินค้าเกษตร เพื่อการแข่งขันด้านการค้า ภายใต้ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซี่ยน (AEC)  การจัดหาการช่วยเหลือสินค้าเกษตรกรอย่างเดียวมิใช่สิ่งที่ยั่งยืน ในยุคเสรีภาพแห่งการแข่งขันเช่นนี้
 

ที่มา:  

The Nation March 12, 2012 1:00 am
Agricultural price-pledging policy has failed
ผู้แสดงความคิดเห็น อ.สรรเสริญ ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-03-13 12:44:48


ความเห็นที่ 35 (1602396)

อยากให้พี่น้องเสื้อแดงรักตัวเองมากๆนะครับ ลืมตาดูตัวเองอยู่ดีกินดีขึ้นไม มัวแต่เรียกหาประชาธิปไตยอยู่ นี่แค่ปัญหาเริ่มแรกนะครับ ตอนนี้ของแพงขึ้นหมดแล้วครับ จากแดงทั้งแผ่นดิน เป็นแพงทั้งแผ่นดิน อนาคตใกล้ๆจะเป็นแบบกรีซเริ่มเข้ามาแล้ว ตอนนั้นจะรู้ประเทศที่ส่งออกข้าวอันดับหนึ่งของโลก แต่ประชาชนอดข้าวตาย แต่ขอบคุณพวกคุณครับ ทำให้ผมมีรายได้เพิ่มขึ้นมาก จากส่วนต่างราคาที่กระชากขึ้น

ผู้แสดงความคิดเห็น พ่อค้าบ้านนอก วันที่ตอบ 2012-03-15 17:13:06


ความเห็นที่ 36 (1602677)

แดงทั้งแผ่นดิน     =   แพงทั้งแผ่นดิน

      ส่งข้าวออกอันดับหนึ่ง     =    อดข้าวตาย

               คนไทย         =      คนกรีซ   ( อนาคต )

      ขอบคุณสำหรับคำเตือน  แต่ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลาย จะสนใจไหม     พวกเราเกษตรกรรอคอย

การยกระดับราคาเพิ่มขึ้น เพื่อจะการช่วยเหลือเกษตรกร ที่ซึ่งนำไปสู่การสูญเสียอย่างใหญ่หลวงในแต่ละปีนั้น  รัฐบาลควรที่จะสนับสนุนด้านการพัฒนาระบบเกษตร การตลาด และการค้า เพื่อให้เป็นไปตามกลไกของมันมากกว่า รัฐบาล ควรที่จะตั้งเป้าหมาย สนับสนุนด้านการผลิตให้สูงขึ้น ยกระดับคุณภาพของสินค้าเกษตร เพื่อการแข่งขันด้านการค้า

ผู้แสดงความคิดเห็น มัน 55 สมน้ำหน้ามัน วันที่ตอบ 2012-03-18 08:56:17



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.