ReadyPlanet.com

 หน้ารวมกระทู้ > มือใหม่ อยากปลูก มันสัมปหลัง แ...

มือใหม่ อยากปลูก มันสัมปหลัง แนะนำด้วยคะ


 สวัสดีคะ  ขอรบกวนสอบถามหน่อยนะคะ

๑. ไม่เคยรู้เรื่องการเกษรเลย จะสามารถปลูกมันสัมปหลังได้มัยคะ

๒. เราต้องเป็นเจ้าของที่ดินเอง หรือ เช่าที่ดินปลูก อันไหนคุ้มกว่าคะ

๓. จังหวัดไหนที่ควรจะดีในการปลูกมันสัมปหลังคะ

๔. ควรจะมีคุณสมบัติอย่างไร ในการเข้ามาทำการเกษรคะ บ้านต้องอยู่ใกล้ไร่มัย

๕. เราจ้างคนทำแทนเราได้มัยคะ

๖. ข้อมูลพื้นฐานอื่นๆ ที่ควรรู้มีอะไรบ้างคะ

ขอแนะนำด้วยคะ

 



ผู้ตั้งกระทู้ มือใหม่อยากทำเกษตร (susu88888888-at-hotmail-dot-com) :: วันที่ลงประกาศ 2012-01-20 16:16:17


[1]

ความเห็นที่ 1 (1593632)

ได้ครับแต่ต้องศึกษาถึงความต้องการของมันสำปะหลังว่ามันต้องการ ดินเช่นไร ปุ๋ยชนิดไหนปริมาณเท่าใด วิธีการใส่อย่างไร ที่สำคัญไทม์มิ่งต้องตรงและเหมาะสม การเจริญเติบโตจึงจะได้ตามที่เราต้องการ

คุณว่าถ้าจะทำการเกษตรมีที่เป็นของตัวเองจะดีไหมครับ ไม่ต้องเช่า แต่ถ้าต้องเช่าก็จำเป็น การคุ้มทุนไม่น่าจะต้องอธิบายถ้าเช่าก็เสียเงิน ไม่เช่าก็ไม่เสียเงินเหลือมากกว่า

การทำการเกษตรกจะต้องพร้อมทั้งกายและใจ อย่าคิดทำถ้าไม่พร้อม การจะทำครั้งแรกก็คิดจะจ้าง อย่างเดียวคงประสบความสำเร็จยาก เพราะคนที่เราจ้างไม่แน่ว่าเขาจะมีความสามารถแค่ไหนเพียงไร ที่สำคัญอย่าทำการเกษตรด้วยมือถือ เพราะคุณไม่ได้อยู่ดูแล เสียดายเงินลงทุนครับ

จังหวัดไหนผมคงตอบได้เพียงแค่ต้องเป็นจังหวัดที่มีปริมาณน้ำฝนตั้งแต่ 1000-1500 ต่อปี อุณหภูมิ  25 องศาเซียสขึ้นไป ถ้าต่ำกว่านี้การพัฒนารากจะช้า เหมาะสมที่สุดคงไม่มีเพราะการปลูกพืชให้ประสบความสำเร็จมากที่สุดต้องเป็นการปลูกบนดินที่อุดมสมบูรณ์ที่สุด เวลาและวิธีการต้องสอดคล้องเหมาะสมที่สุด

 ที่กล่าวมาทั้งหมดนั่นแหละครับคือพื้นฐาน

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.สรรเสริญ ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-01-21 15:19:31


ความเห็นที่ 2 (1593682)

 เริ่มต้นใหม่ขอแนะนำให้มองไปที่ปลูกมันฯ ระบบน้ำ ไหนๆ ก็จะต้องเช่าหรือซื้้อที่อยู่แล้ว  ก็หาที่ที่มีแหล่งน้ำไปเลย

ยอมจ่ายแพงหน่อย แต่คุ้มกว่ากันมาก เหตุผลง่ายๆ คือ

1. ลงทุนแล้วโอกาสประสบความสำเร็จมีมาก

2. ไม่ต้องรอฤดูปลูก สามารถปลูกเวลาไหนก็ได้ รวมถึงการบริหารจัดการเรื่องเวลาที่เหมาะสมในการ ปลูก ฉีดยา ให้ปุ๋ย ทำรุ่น ทำได้ง่าย

3. ทำให้การเตรียมการขั้นตอนต่างๆ สมบูรณ์ เพราะไม่ได้ถูกกำหนดเวลาจากฝน (ทำระบบน้ำฝน งานขึ้นอยู่กับฝน)

4. ทำไมต้องเยอะครับ ค่อยๆ ทำไป เพราะปลูกมันให้น้ำ ทำ 10 ไร่ ผลผลิตถ้าได้ก็พอๆ หรือมากกว่าทำ 20 ไร่

ผู้แสดงความคิดเห็น novice วันที่ตอบ 2012-01-22 07:33:18


ความเห็นที่ 3 (1593715)

 ขอบคุณมากคะ  สำหรับคำแนะนำต่างๆ  หากเราตกลงจะปลูกแล้ว สรุปเราน่าจะย้ายไปอยู่ในไร่เลยใช่มัยคะ

เพราะสิ่งที่จะทำใ้ห้ชีวิตความเป็นอยู่เปลี่ยนไป ต้องให้ลูกๆ ไปอยู่ด้วย  สำหรับตัวเองใจสู้อยากทำคะ แต่ไม่แน่ใจว่าทำได้มัย

เคยทำพวก เปิดร้านอาหารประมาณ หนึ่งปี ก็เอาไม่อยู่ทำให้แฟนไชด์ได้อย่างเดียว เราก็ขาดทุนไม่คุ้มเลย

ตอนแรกคิดว่าชอบทำอาหาร  พอทำไปทำไม่ไหว ตอนนี้ก็อยากทำการเกษตร

น่าจะมีความสุข อยู่กับต้้นไม้ ไม่โดนเอาเปรียบ แต่ไม่เห็นภาพจริงทั้งหมดเลย เกรงๆ กลัวๆ นิดหน่อยคะ

ร่ายกายไม่ใช่เป็นคนตัวใหญ่ ตัวเล็กๆ  จะไม่ค่อยมีแรงยกของหนัก หากไม่มีคนงานจะทำไง......

หรือปัจจัยความสำเหร็จอยู่ที่   ดิน   น้ำ ธาตุอาหาร  และ คนงานด้วยใช่มัยคะ   ถ้าเราศึกษาดีๆ จะทำได้ดีใช่มัยคะ

ในการเลือกซื้อที่ดิน ต้องตรวจสภาพดินก่อน หรือ มาปรับดินเอาทีหลังคะ

วันที่  ๑๑  กุมภาพันธ์ จะไปอบรมด้วยคะ  หวังว่าจะเข้าใจมากขึ้น ......  และได้คำตอบในการตัดสินใจ 

ผู้แสดงความคิดเห็น มือใหม่ อยากเรียนรู้ วันที่ตอบ 2012-01-22 19:43:52


ความเห็นที่ 4 (1593814)

ถ้าหากท่านใดสนใจทำไร่มันสำปะหลัง มีความพร้อมเรื่องทุนและที่ดิน แต่ยังไม่มีความรู้มากนัก ผมขอนำเสนอทีมงานผม รับจ้างปลูกและดูแลไร่มันสำปะหลังครบวงจร

รับประกันผลผลิต 12-18 ตัน/ไร่ปลูกระบบน้ำหยด และ

รับประกันผลผลิต 8-13 ตัน/ไร่ปลูกแบบอาศัยนัฝน

แต่ส่วนใหญ่แนะนำปลูกระบบน้ำหยด เพราะลดความเสี่ยงได้มาก โอกาสกำไรมากมีเยอะ

ทีมงานผมปลูกมันสำปะหลังอยู่ที่สุพรรณบุรีและ กาญจนบุรี ทั้งหมดเกือบ 1000 ไร่ และรับจ้างปลูกอีกหลายร้อยไร่ และได้รับเลือกเป็นเกษตรกรดีเด่น ของ.จ.กาญจนบุรี และ จ.สุพรรณบุรี ปี 2553 ด้านการเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลัง

    ท่านใดสนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ เข้าชมไร่ ติดด่อ 081-924-1968

แต่เน้นผู้ที่สนใจที่พร้อมลงทุน และ ทำพื้นที่ขนาดใหญ่

 

ผู้แสดงความคิดเห็น วัชรินทร์ วันที่ตอบ 2012-01-23 16:27:25


ความเห็นที่ 5 (1593907)

ผมเข้ามาดูการทำงานเรื่องมันพอดีเห็นคำถามก็อยากจะบอกมือใหม่ๆ ทุกอย่างทำได้ หากมีงบประมาณ นักวิชาการที่เขารู้เรื่องมันสำปะหลังจริงๆ มีในประเทศไทยแต่ไม่มากนัก(น้อยกว่าพวก 18 มงกุฎที่เน้นขายสินค้าแล้วหายตัวอยู่เรื่อยๆ)บางครั้งท่านยังไม่ค้นพบ หากที่พบอยู่อาจจะไม่ใช่ก็ได้  การทำงานหากคุณจะลงทุนต้องเข้าใจระบบเกษตร การเกษตรไม่เหมือนวิศวะ ค้าขาย ทุกอย่างขึ้นกับสภาพแวดล้อม การทำสามารถทำได้ทั้งนำฝนและการให้น้ำ หากคุณเริ่มต้นคุณเข้ามาฟังบริษัทปุ๋ยบรรยายให้ฟังผมว่าน่าจะเริ่มต้นแบบลำเอียง ข้อเท็จจริงยังมีคนที่มีฝีมือ มีงานวิจัยเรื่องมันโดยตรง ทำแปลงขนาดใหญ่ประสบผลสำเร็จมาแล้ว มีทีมงานที่จบด้านมันสำปะหลังโดยตรง อย่าท้อหากต้องการทำ ผมว่าบทความด้านบนยังไม่ได้ให้คำตอบที่ถูกทั้งหมด หน่วยงานนี้ตั้งอยู่ที่กาญ คุณน่าจะสอบถามไปที่สำนักงานเกษตรจังหวัดว่ามีใครช่วยคุณได้อีกในเรื่องมัน หากคุณมีทุน อยากทำ  คนทำมันสำปะหลังจริงๆยังมี

ผู้แสดงความคิดเห็น คนทำมัน วันที่ตอบ 2012-01-24 09:32:18


ความเห็นที่ 6 (1593917)

เรียนผู้แสดงความคิดเห็น"คนทำมัน"

วันนั้นเราไปฟังการบรรยายด้วยเลยเห็นอย่างที่คุณไม่เห็นเพราะคุณไม่ได้ไป ไม่มีคนขายปุ๋ยที่ไหนไปบรรยาย มีแต่นักวิชาการ และผู้อำนวยการส่งเสริมพัฒนาการเกษตร เขตที่ 2 กรมส่งเสริมการเกษตร อีกท่านหนึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญพืชทดแทนพลังงาน(มันสำปะหลัง)จากสถาบันวิจัยพืชไร่ กรมวิชาการเกษตร และอาจารย์สรรเสริญเป็นนักวิจัยเรื่องมันสำปะหลังและเป็นอนุกรรมการเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลังจากมูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศในพระราชูปถัมภ์ฯ บรรยายคู่กัน อ้อยังมีหัวหน้าส่วนส่งเสริมพัฒนาการเกษตรจากสำนักงานเกษตรจังหวัดกาญจนบุรี ไปร่วมงานด้วย เอาอะไรอีก สองกรมฯจากหน่วยงานรัฐฯและ 1 องค์กรอิสระที่ทำเกี่ยวกับมันสำปะหลังโดยตรง

ไม่ทราบว่าคุณเข้ามาดูการทำงานเรื่องมันสำปะหลังจากหน่วยงานไหนกัน จึงไม่รู้ว่าคนที่บอกไปนั้นเขาอยู่กับมันมานาน ไปศึกษาพัฒนาพันธุ์กับ องค์กรใหญ่ๆอย่าง CIAT มาแล้ว เราขับรถไปไกลแทบไม่ได้นอน ไปเพื่ออยากได้ความรู้จากผู้รู้ เราพอมีวุฒิภาวะพอจะแยกแยะได้เพราะก็จบจากรั้วมหาวิทยาลัยมาเช่นกัน คนละสาขาเท่านั้นเอง อย่าบอกนะว่าทีมงานใหญ่ๆที่บอกนั้นรับจ้างปลูก รับจ้างดูแลให้ พร้อมตันพันธุ์ ปุ๋ย ฯลฯ และที่สำคัญเราไม่รู้นะว่า ที่มหาวิทยาลัยไหนเปิดสอนสาขาวิชามันสำปะหลังโดยตรงอย่างที่บอก เราอยากไปเรียนช่วยแนะนำด้วย

คงไม่ต้องไปสอบถามสำนักงานเกษตรที่ไหนเพราะวันนั้นไปกันหมด เพียงท่านผู้อำนวยการส่งเสริมพัฒนาการเกษตร เขตที่ 2 ไปเป็นประธานก็พอแล้วเพราะท่านดูแลสำนักงานเกษตรจังหวัดในเขตของท่านเป็นสิบจังหวัดรวมทั้งจังหวัดกาญจนบุรีด้วย และท่านเองท่านยังยอมรับว่านับถืออาจารย์สรรเสริญมาก เพราะทำงานตรงไปตรงมา และทำเพื่อเกษตรกรจริงๆ ท่านยังบอกว่าเรื่องการปลูกมันต้องศึกษาจากกรมวิชาการเกษตร และผู้เชียวชาญ  เพราะท่านและสำนักงานเกษตรจังหวัดต่างๆทั้งประเทศส่วนใหญ่จบมาสายส่งเสริมกันมา มิได้จบมาด้านนี้แต่มีหน้าที่ส่งเสริมเกษตรกร "คนทำมันสำปะหลังจริงๆยังมี"นั้นคงไม่มีใครเถียงท่านหรอก เพราะท่านก็คนหนึ่งละที่บอกว่าเป็น "คนทำมัน" แต่จะทำได้ระดับไหนเท่านั้นเอง และที่สงสัยออกมาวิจารณเพื่อจุดประสงค์ใดผิดหวังอะไรมาหรือเปล่า..

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ผู้เข้าร่วมอบรมรุ่นที่ 1 วันที่ตอบ 2012-01-24 10:13:33


ความเห็นที่ 7 (1593963)

 

ขอบคุณมากครับท่านที่กรุณาตอบกระทู้ที่ 6 ถึง “คุณคนทำมัน”
"คุณคนทำมัน" ผมก็ยังงงๆ อยู่ เพราะคุณบอกว่าคุณเข้ามาดูการทำงานเรื่องมันฯ คุณไม่รู้จักผมไม่เป็นไร แต่คุณไม่ควรไม่รู้จักผู้เชี่ยวชาญพืชทดแทนพลังงาน(มันสำปะหลัง) ของสถาบันวิจัยพืชไร่ และเป็นหนึ่งเดียวของกรมวิชาการเกษตรคือ คุณสมศักดิ์ ทองศรี  อีกท่านหนึ่งคือ ท่านอดีตผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมพัฒนาการเกษตร เขตที่ 2 ท่านสุพจน์ แสงปทุม (เพิ่งจะเกษียณเมื่อปีที่ผ่านมา)ท่านรับผิดชอบสำนักงานเกษตรจังหวัดหลายๆจังหวัดรวมถึงกาญจนบุรีและสุพรรณบุรี ท่านสุพจน์ แสงปทุม เกี่ยวกับที่บอกว่ามาดูการทำงานมัน  หน่วยงานไหนเป็นคนใช้ท่านมาครับ แล้วทำไมหน่วยงานท้องที่ในจังหวัดไม่ทราบ ที่ผมบอกว่างงเพราะไม่รู้ที่มาที่ไปของคุณ พออ่านเจอเลยสอบถามไปทาง admin ก็ถึงบางอ้อ เพราะกระทู้ที่เข้ามาก่อนหน้านั้นเจ้าหน้าที่ไม่ปล่อยออกหน้าเว็บฯ แต่ผมก๊อปมาให้ดูคนอ่านจะได้รู้ที่มาที่ไปในการออกมาพูดลดความน่าเชื่อถือคนอื่นแต่ขออนุญาตไม่เปิดเผยเบอร์โทร.หน้าเว็บฯแต่ได้ส่งให้คุณไพรัตน์ หวังดี เกษตรจังหวัดสุพรรณบุรีแล้วเพราะท่านต้องการ
ความคิดเห็นที่ 4 (1593814)
ถ้าหากท่านใดสนใจทำไร่มันสำปะหลัง มีความพร้อมเรื่องทุนและที่ดิน แต่ยังไม่มีความรู้มากนัก ผมขอนำเสนอทีมงานผม รับจ้างปลูกและดูแลไร่มันสำปะหลังครบวงจร
รับประกันผลผลิต 12-18 ตัน/ไร่ปลูกระบบน้ำหยด และ
รับประกันผลผลิต 8-13 ตัน/ไร่ปลูกแบบอาศัยนัฝน
แต่ส่วนใหญ่แนะนำปลูกระบบน้ำหยด เพราะลดความเสี่ยงได้มาก โอกาสกำไรมากมีเยอะ
ทีมงานผมปลูกมันสำปะหลังอยู่ที่สุพรรณบุรีและ กาญจนบุรี ทั้งหมดเกือบ 1000 ไร่ และรับจ้างปลูกอีกหลายร้อยไร่ และได้รับเลือกเป็นเกษตรกรดีเด่น ของ.จ.กาญจนบุรี และ จ.สุพรรณบุรี ปี 2553 ด้านการเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลัง
    ท่านใดสนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือ เข้าชมไร่ ติดด่อ xxx xxxxxxx
แต่เน้นผู้ที่สนใจที่พร้อมลงทุน และ ทำพื้นที่ขนาดใหญ่
อนุมัติ | ไม่อนุมัติ Post : วัชรินทร์ Date : 2012-01-23 16:27:25 IP : 203.188.42.60
 
และต่อมาอีกวันหนึ่งหลังจากกระทู้ที่ 4 ไม่ผ่านออกหน้าเว็บฯ ก็มีกระทู้ที่ 5 “คนทำมัน“ เข้ามาผมจึงหายงง.
ความคิดเห็นที่ 5 (1593907)
ผมเข้ามาดูการทำงานเรื่องมันพอดีเห็นคำถามก็อยากจะบอกมือใหม่ๆ ทุกอย่างทำได้ หากมีงบประมาณ นักวิชาการที่เขารู้เรื่องมันสำปะหลังจริงๆ มีในประเทศไทยแต่ไม่มากนัก(น้อยกว่าพวก 18 มงกุฎที่เน้นขายสินค้าแล้วหายตัวอยู่เรื่อยๆ)บางครั้งท่านยังไม่ค้นพบ หากที่พบอยู่อาจจะไม่ใช่ก็ได้  การทำงานหากคุณจะลงทุนต้องเข้าใจระบบเกษตร การเกษตรไม่เหมือนวิศวะ ค้าขาย ทุกอย่างขึ้นกับสภาพแวดล้อม การทำสามารถทำได้ทั้งนำฝนและการให้น้ำ หากคุณเริ่มต้นคุณเข้ามาฟังบริษัทปุ๋ยบรรยายให้ฟังผมว่าน่าจะเริ่มต้นแบบลำเอียง ข้อเท็จจริงยังมีคนที่มีฝีมือ มีงานวิจัยเรื่องมันโดยตรง ทำแปลงขนาดใหญ่ประสบผลสำเร็จมาแล้ว มีทีมงานที่จบด้านมันสำปะหลังโดยตรง อย่าท้อหากต้องการทำ ผมว่าบทความด้านบนยังไม่ได้ให้คำตอบที่ถูกทั้งหมด หน่วยงานนี้ตั้งอยู่ที่กาญ คุณน่าจะสอบถามไปที่สำนักงานเกษตรจังหวัดว่ามีใครช่วยคุณได้อีกในเรื่องมัน หากคุณมีทุน อยากทำ  คนทำมันสำปะหลังจริงๆยังมี
 
ที่บอกว่าหายงงเพราะพอจะอนุมานได้ว่า คนไม่พอใจที่เจ้าหน้าที่เขาไม่ปล่อยกระทู้ผ่าน เป็นคนๆเดียวกันอย่างที่ใครๆก็สามารถแยกแยะได้  เรามีกฎเกณฑ์ที่เจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด  ถ้าสิ่งใดก็แล้วแต่เป็นเพียงความหวัง หรือส่อไปในทางชักจูงเกษตรกรให้เสียเงิน เพื่อเพียงความหวังว่าจะได้ตามนั้นโดยไม่อยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงตามหลักวิชาการ กรุณาแยกแยะบทความที่ตอบกระทู้ด้วยใครตอบกระทู้เพราะบางทีมีสมาชิกช่วยแสดงความคิดเห็นมาเราก็ปล่อยให้เขาได้แสดงออกเพื่อแลกเปลี่ยนกันและกัน ส่วนของผมหรือผู้เชี่ยวชาญสมศักดิ์ผิดตรงไหน ตรงไหนที่ยังถูกต้องไม่หมด (เพราะเราตอบตามที่ถามมิใช่เขียนตำราเพื่อการเรียนการสอน)กรุณาชี้แนะด้วยยินดีน้อมรับและจะนำไปทบทวน
จากที่อ่านโฆษณาของพวกคุณ ฟังธงได้เลยว่าคุณอยู่ในวงการมันไม่นานครับ คนที่มีการทำมันสำปะหลังเป็น 1000 ไร่ในพื้นที่จังหวัด กาญจนบุรี สุพรรณบุรี อุทัยธานี ราชบุรี หรือแม้แต่นครสวรรค์ผมยังไม่เคยเจอเลย ถ้าอยากทราบว่าผมรู้ได้อย่างไร ลองถามเกษตรจังหวัดที่กล่าวมาซิครับว่าทำไมผมรู้  แม้คนที่จำหน่ายพันธุ์มันสำปะหลังรายใหญ่ในสุพรรณฯหรือด่านช้างก็รู้จักกับผมดีเพราะเคยตามไปฟังผมบรรยายหลายครั้ง ไม่เห็นบอกว่ามีใครทำเป็น 1000 ไร่ดังที่คุณบอก  ผมอาจจะรู้น้อยอย่างไรก็ช่วยบอกสถานที่ให้หน่อยครับว่าแปลงทดลองอยู่ตรงไหน จังหวัดใดทางเจ้าหน้าที่เกษตรจะได้เข้าไปดูและประเมินได้ว่ามันเป็นอย่างไร ผมไม่ติดใจเรื่องการปลูกระบบน้ำ แม้ 18 ตันแม้จะยังไม่เคยเห็น (12-13ตันเคยเห็นมาแล้ว) แต่ถ้าเกษตรกรทำได้ 12-13 ตันผมก็ดีใจแทนแล้ว แต่ 8-13 ตันในระบบน้ำฝนธรรมชาติมันก็ไม่ผิดกับฝันกลางวันดีๆนี่เอง เป็นห่วงคนจะเชื่อและลงทุน
การปลูกระบบน้ำหยดมันไม่ได้ปลูกกันได้ทุกที่ ปัจจัยสำคัญคือน้ำ ถ้าไม่มีแหล่งน้ำก็ต้องเจาะ คนรู้จักผมบางคนอยากทำเจาะหาน้ำบาดาลลงไปเป็นร้อยเมตรยังไม่มีน้ำสักหยด ผมจึงบอกว่ามันทำไม่ได้อย่างที่ต้องการเสมอไป  เกษตรกรควรพิจารณาให้รอบคอบ คำว่ารับประกันนั้นถ้าไม่ได้แล้วจะมีอะไรชดเชย ที่ผ่านๆมาพอไม่ได้ก็โทษเกษตรกรไม่ทำตามที่ต้องการ หรือทำไม่ครบวงจรที่ให้เขาลงทุนตั้งแต่เจาะน้ำบาดาล  อุปกรณ์ระบบให้น้ำ เช่นท่อเมน สายเทป  ปุ๋ย ท่อนพันธุ์ สารเสริมต่างๆ ฯลฯ สารพัดที่จะแก้ตัวเมื่อถึงเวลานั้น คุ้มหรือไม่ที่จะต้องมานั่งแบ่งผลประโยชน์ให้ใครทั้งที่มันควรจะเป็นของตัวเอง อยู่ที่วิจารณญาณของเกษตรกรเองเพราะใครคงห้ามความเชื่อใครไม่ได้


ผู้แสดงความคิดเห็น อ.สรรเสริญ ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-01-24 13:59:54


ความเห็นที่ 8 (1594114)

คุณ คนทำมันครับ ผมมีที่อยู่สี่สิบไร่อยู่ที่ โคราช ผมอยากให้คุณมาทำไร่แทนนะ คุณบอกทำไร่แบบอาศัยน้ำฝน ได้ 8-13ตัน ผมยกไร่ให้คุณทำเลยผมไม่เอาค่าเช่า ผมขอไร่ละ 4 ตันพอที่เหลือคุณเอาไปหมมเลย ตกลงไหมครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น ชาวบ้าน วันที่ตอบ 2012-01-25 07:27:51


ความเห็นที่ 9 (1594165)

เรียน อ.สรรเสริญ

คนดี

ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดี และคนไม่ดี

ไม่มีใครที่จะทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด

การทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุขเรียบร้อย

จึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี

หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี ให้คนดีปกครองบ้านเมือง

และควบคุมคนไม่ดี ไม่ให้มีอำนาจ

ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้

คำสอนของพ่อ
ผู้แสดงความคิดเห็น อัคราช วันที่ตอบ 2012-01-25 11:34:00


ความเห็นที่ 10 (1594192)

เรียน อาจารย์ครับ

** ผมขออนุญาตเรียนถามและแสดงความรู้สึกสักหน่อยครับ

ท่านอาจารย์กรุณาให้ความรู้ด้วยครับ ว่าหน่วยงานที่สามารถให้คะแนะนำ ให้ความรู้กับเรื่องการทำการเกษตรได้

เช่น มีนักวิชาการหรือผู้เกี่ยวข้อง การออกเยี่ยมเยือนพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่  เมื่อยามเกิดปัญหา หรือก่อนฤดูการเพาะปลูก

 ผมคิดว่าเกษตรกรเพียงแค่อาศัยความรู้ ความเข้าใจของตัวเอง และทำไปด้วยความเคยชินแบบเดิมไม่ไหวแน่ครับ

ทำไมเวลามีปัญหา เช่น ข้าวมีเพลี้ยรบกวน เป็นโรคใบไหม้ มิใช่ทำเพียงแค่แจกสารต่างๆ ให้มาก/น้อยบ้าง  แล้วไปให้เกษตรกรฉีดพ่นเอง ,มันปะหลังมีเพลี้ยแป้งระบาด ก็มอบสารที่เป็นผงนำไปแช่ท่อนพันธุ์ก่อนปลูก หรือฉีดพ่น  (จำไม่ได้ว่าชื่ออะไร)  แต่ในคุณสมบัติไม่ได้ระบุเกี่ยวกับมันสำปะหลังเลย

ผู้แสดงความคิดเห็น ฆารพุฒ วันที่ตอบ 2012-01-25 13:56:19


ความเห็นที่ 11 (1594215)

เห็นด้วย กับ คำพูดของผู้เข้าอบรมรุ่นที่ 1 ครั๊บบบบ

......คนทำมัน   ..............  ไม่ใช่แฟน แต่อยากทำแทน  อะดิ๊ ? .... แหว่ะ  

ผู้แสดงความคิดเห็น up to you วันที่ตอบ 2012-01-25 16:21:37


ความเห็นที่ 12 (1594359)

ตอบคุณฆารพุฒ

นักวิชาการทุกหน่วยงานมีมากก็จริง แต่อย่างไรก็ตาม เกษตรกรมากกว่าอย่างที่นำมาหาสัดส่วนที่สมดุลและเหมาะสมยากครับ ที่สำคัญมันอยู่ที่นโยบายเบื้องบนจะให้ทำอะไร เปลี่ยนหัวใหม่ก็วุ่นวายกันไปครึ่งปี พอจะเข้าที่เข้าทางก็เปลี่ยนใหม่อีก ที่สำคัญคนที่เข้ามาไม่มีความรู้สายที่รับผิดชอบเลย มันจึงเป็นเรื่องน่าแปลกถ้าเขาจะมองเห็นความสำคัญ

การลงพื้นที่่ กรมส่งเสริมการเกษตรมีเจ้าหน้าที่อยู่แล้วครับ เพราะเขารับผิดชอบ ตั้งแต่สำนักงานเกษตรจังหวัด อำเภอ ตำบล แต่การจะให้ทั่วถึง ในความคิดของผมอีกกี่่ชาติก็ไม่มีทางเป็นไปได้ ยกตัวอย่าง เจ้าหน้าที่ระดับอำเภอสิบคน กับเกษตรกรที่ต้องรับผิดหลายหมื่นคนพื้นที่บางอำเภอเป็นแสนไร่ ที่สำคัญสิบคนนี้มันรับผิดชอบทุกชนิดพืช เดี๋ยวขึ้นทะเบียนพืชแต่ละพืช(ไม่ใช่ครั้งเดียว) ภัยแล้ง แมลงระบาด อุทกภัย ฯลฯ คนกลุ่มนี้ทั้งนั้นต้องรับผิดชอบส่งข้อมูลเกษตรกรเบื้องต้นให้ระดับจังหวัด ผ่านเข้าไประดับกรม ก่อนส่งให้กระทรวง แล้วจะเอาอะไรมาสมดุลได้ครับ

ผมเห็นด้วยกับคุณที่บอกว่าถ้าเกษตรกรจะใช้ความรู้เดิมๆที่ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่นไหวแน่ แต่ต้องมองที่ตัวเกษตรกรด้วยว่า ยอมรับกับความรู้ใหม่ๆหรือไม่อย่างไร..ผมคลุกคลีกับเกษตรกรมานานพอสมควรเห็นว่า ถ้าไม่ใช่เกษตรกรก้าวหน้าที่มีวุฒิภาวะแล้ว เกษตรกรอาชีพส่วนใหญ่จะยึดติดความคิดเดิมๆ ไม่ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ทั้งๆที่มันเป็นประโยชน์อย่างมหาศาลกับชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขา เช่น มีการอบรมเกี่ยวกับการพัฒนาการปลูกพืช การใช้ปุ๋ย การใช้ดิน (ซึ่งมันเกี่ยวข้องโดยตรงกับอาชีพตัวเองทั้งนั้น) คนเหล่านี้จะไม่ให้ความสำคัญคิดว่าเก่งแล้วรู้แล้ว แต่ถ้ามีการเกณฑ์ไปรับรัฐมนตรี สส. ผู้ว่า ฯลฯ แล้วมีของแจก มีค่ารถติดกระเป๋ากลับ มีอาหารกินก็จะไปกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่งเป็นเช่นนี้ตลอดมา (ใครจะเถียงผมหรือเปล่า)

ทางแก้ต้องแก้ทั้งสองทางคือ ฝ่ายรัฐบาล กระทรวงที่เกี่ยวข้องต้องเน้นที่ความรู้เกษตรกรเป็นหลัก ต้องหาแนวทางที่จะยกระดับความรู้ของเกษตรกรอย่างยั่งยืน มิใช่เอาแต่อุ้มกับอุ้มเพื่อฐานเสียงของตัวเอง(แล้วเมื่อไหร่มันจะสำเร็จ) นักวิชาการควรพูดภาษาชาวบ้านให้เป็นก่อนลงไปพบชาวบ้าน (ภาษาไทยคำ วิชาการสองคำ โดยไม่ดูวุฒิภาวะของคนรับเลย เมื่อไรๆก็ไม่เกิด เพราะคนฟังไม่รู้เรื่อง มันเลยหนีกลับ) ที่สำคัญหยุดเสียที เกณฑ์คนไปรับ..จะอบรมเกษตรกรสาขาไหนก็เอาแต่คนกลุ่มนั้น มันฯก็เอาคนปลูกมันฯ อย่าเอาอ้อยเอา ข้าวโพดไปยุ่ง พวกนี้แหละตัวพากันหลับ ที่สำคัญงบจัดต้องมี ไม่ใช่เร่งด่วนไม่มีงบ (วิ่งหารับบริจาคจากเถ้าแก่ต่างๆกันวุ่นวาย) แล้วจะเรียกเร่งด่วนได้อย่างไร..

ส่วนเกษตรกรต้องเป็นฝ่ายไปหาสถานที่และความรู้ เพราะแต่ละอำเภอเขามีสถานที่อำนวยความสะดวกทุกอำเภอ เช่น ห้องประชุมอำเภอ ศาลาประชาคมของอำเภอ หรือเทศบาล ฯลฯ  มิใช่ให้สถานที่และความรู้วิ่งมาหาที่บ้านต้องมาจัดสถานที่กันใหม่ ต้องใช้เงินทั้งนั้น ผมบรรยายมานับครั้งไม่ถ้วนส่วนใหญ่ไม่เคยเห็นเกษตรกรรวมกลุ่มกันจัดสถานที่รับการอบรมเลย มีแต่เจ้าหน้าที่ต้องลงไปเอง และคนที่จะให้ (นักวิชาการตรงสาขา)มันมีจำกัด คนที่จะรับต้องเสียสละเวลา (ไปเรียนเมืองนอกเสียเงินมากมายเพื่าอให้ได้ความรู้ยังไปเรียนเลย นี่ในบ้านเราเอง ฟรีด้วย..น่าจะให้ความสำคัญกว่านี้) และต้องตัดคำว่า ค่ารถ ของแจก ออกจากสมอง ทำสมองให้ว่างพร้อมจะรับสิ่งใหม่ๆ ที่สำคัญ ขอให้เป็นคนช่างถาม อย่านำความไม่เข้าใจกลับบ้าน

ข้อสุดท้ายคำตอบคือการขาดความรู้ที่แท้จริงของผู้นำไงครับ ตั้งหน้าตั้งตาจะซื้อของอย่างเดียว ซื้อมันทั้งๆที่คุณสมบัติไม่ตรงกับที่ต้องการของเกษตรกร (แต่ตรงสเปคของกลุ่มตน) ข้อนี้มันต้องแก้ที่ระดับผู้อนุมัติในกระทรวงโน้นแหละครับ ข้างล่างมันได้อะไรมามันก็แจก เกษตรกรไม่มีความรู้ก็รับเพราะของฟรี มารู้ตัวอีกทีใช้ไปแล้วจึงรู้ว่ามันไม่มีประสิทธิภาพ

ที่กล่าวมาผมก็ได้แต่หวังเช่นคุณ และหวังมาตลอดจนอายุป่านนี้แล้ว ตายไปก็ยังไม่รู้ว่าจะเห็นหรือไม่ ทั้งๆที่ทางแก้เห็นชัดเจนมาก แต่กลับทำไม่ได้แล้วจะโทษใคร

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.สรรเสริญ ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-01-26 09:13:48


ความเห็นที่ 13 (1595019)

 เรียน  ท่านทั้งหลาย

               ผมอ่านจนหน้ามืดตาลายไปหมดแล้ว  ตัวอักษรก็ตัวเล็กๆ  พูดหรือเขียนก็จับประเด็นไม่ได้  ไม่มีเนื้อ มีแต่น้ำ  ผมไม่ใช่คนที่จะไม่อัพเดรดตัวเองผมจะถามแต่เนื้อๆ ดังนี้ 

                ๑.ผมจะไปซื้อท่อนมันสำปะหลังพันธุ์ระยอง 72 ได้ที่ไหนที่สะดวกที่สุดและใกล้จังหวัดเลยที่สุด

                ๒.ราคาท่อนพันธุ์ต้นละเท่าไร

                ๓.อยากทราบแนวโน้มราคามันสำปะหลัง

                 ส่วนเรื่องอื่นผมจัดการเองได้ 

       ขอขอบคุณถ้าท่านจะกรุณาตอบ  และต้องขอโทษด้วยที่พูดหรือเขียนไม่เข้าหู เพราะใช้ตาดูหรือใช้ตาอ่าน

                                                จากเกษตรกรจังหวัดเลย

ผู้แสดงความคิดเห็น เกษตรกรจังหวัดเลย วันที่ตอบ 2012-01-30 20:08:36


ความเห็นที่ 14 (1595057)

สมาชิกท่านใดปลูกระยอง 72 ในจังหวัดหรือใกล้เคียงช่วยแนะนำด้วยครับ ถ้าไม่มีท่านใด ทดลองติดต่อที่ศูนย์วิจัยพืชไร่ขอนแก่นดูนะครับ อยู่เยื้องๆกับ ม.ขอนแก่น ส่วนราคาของหน่วยงานรัฐน่าจะไม่เกินบาทยี่สิบสตางค์ครับไม่รวมค่าตัดมัด

แนวโน้มราคามันสำปะหลังถ้าเอาหลักเศรษฐศาสตร์หรืออุปสงค์อุปทานมาเป็นตัวชี้วัด น่าจะไปได้ดีกว่าทุกวันนี้เพราะความต้องการปีนี้ 35 ล้านตัน(ที่มา นายกสมาคมมันสำปะหลังไทย) แต่ผลผลิตจะออกมาอย่างเก่งก็ไม่เกิน 25 ล้านตัน ในความเห็นของผม น่าจะสูงกว่าที่เป็นอยู่ อย่างน้อยต้องใกล้เคียงหรือเท่าปีที่ผ่านมาครับ ส่วนที่ยังเงียบอยู่ เนื่องจากปัจจัยอื่นเช่นรอความชัดเจนในการประกันราคา และปัญหาการขนถ่ายสินค้าที่ประเทศจีนผู้สั่งซื้อรายใหญ่ คาดว่าเร็วๆนี้คงจะเจราจาเสร็จสิ้น

ไม่เป็นไรครับ อยากบ่นก็บ่นใครคงไปปิดปากท่านไม่ได้ บ่นแล้วสบายใจไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใครเชิญบ่นครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.สรรเสริญ ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-01-31 08:03:37


ความเห็นที่ 15 (1597014)

อยู่ อ.วัดโบสท์พิษณุโลกครับ มีที่ปลูกมัน 40กว่า ไร่ (เช่าอีก12ไร่) ปลูกพันธ์เกษตรฯ ปี54ได้3.2ตัน/ไร่ (น้ำฝน , ห่างปุ๋ย ยา หญ้ารก) น้อยหรือมากไปมั๊ยครับ ถ้าไม่ทำน้ำหยด แต่ให้ปุ๋ย คลุมหญ้าให้ดี ผลผลิตจะเพิ่มมั๊ย หรือว่าพันธ์นี้ได้แค่นี้ อยากเปลี่ยนเป็นพันธ์ห้วยบง60 จะเหมาะกับพื้นที่หรือไม่ หรือมีพันธ์อื่นแนะนำมั๊ยครับ(ต.ท่างาม ดินร่วนปนทราย) ติดต่อซื้อท่อนพันธ์ได้ที่ไหนครับ (ไปรับเอง) ปีนี้ 55 อยากทำแบบจริงจัง เพราะพอมีเงินทุนอยู่มั่งแล้ว แต่ไม่อยากเสี่ยงกับพันธ์นอกระบบ (เกล็ดมังกือ) รบกวนสอบถามมาท่าน อ.สรรเสริญ และทุกท่านที่รักมัน , รักเกษตรกรด้วยกันครับ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น เกษตรกรพิษณุโลก (jkamolsing-at-thaimail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-02-10 16:38:38


ความเห็นที่ 16 (1597079)

ถึง...ความเห็นที่ 12 ครับ

 

       ผมปลูกระยอง 72 และระยอง 9 ระยะปลูก 120X80 ซม. อยู่บ้านซับมะขาม ต.นาเฉลียง อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ ปลูกเมือวันที่ 31 เม.ย.54 ปัจจุบันอายุ 9 เดือน 10 วัน โดยผมตั้งใจจะขุดประมาณต้นเดือน เม.ย.55 ที่อายุ 11 เดือน เพื่อใช้ต้นพันธุ์ปลูกในฤดูกาล 55 ต่อไป

       ถ้าถึงเวลานั้นแล้วยังไม่ได้ต้นพันธุ์และยังไม่ปลูกก็ลองติดต่ออีกครั้งนะครับ ถ้าพอมีเหลือก็สามารถแบ่งบันกันปลูกได้ครับ

       ป.ล.  แปลงผมไม่มีเพลี้ยแป้งรบกวน

ผู้แสดงความคิดเห็น Tung3955 วันที่ตอบ 2012-02-10 23:46:47



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.