ReadyPlanet.com

 หน้ารวมกระทู้ > สอบถาม อาจารย์ เรื่องการ ให้...

สอบถาม อาจารย์ เรื่องการ ให้น้ำ ปรับปรุงดิน การหักเปอเซนต์ดิน ครับ


 เรียนถามอ.สรรเสริญครับ

๑.  การให้น้ำ  มันสำปะหลัง  ตั้งแต่อายุ  ๖  เดือนนั้น  เราต้องใส่ปุ๋ยหรือไม่อย่างไรเนื่องจาก  อ.   เคยบอกว่า  น้ำกับปุ๋ยต้อง มาคู่กัน ขาดอย่างหนึ่งอย่างใดไม่ได้  และ    หลักจากมันสำปะหลังอายุ  ๔  สามารถหาอาหารได้เอง  ไม่ควรใส่ปุ๋ย  เนื่องจากรากดูดอาหารได้น้อย  ดังนั้นเราควรใส่ปุ๋ยมั้ยครับและหากใส่ควรใส่ปริมาณเท่าไร(ให้น้ำแล้วกลัวหัวไม่โต)

๒.  การปลูกปอเทือง  หากผมกู้มันขึ้นมาแล้ว  ท่อนพันธุ์ต้องทิ้งไว้อย่างน้อย  ๖๐  วัน (+๑๕ เตรียมดิน และปลูก)  จะมีปัญหาต่อการงอกหรือไม่  เนื่องจาก

 หากเว้นพื้นที่  ๑/๑๐ เพื่อเก็บเป็นท่อนพันธุ์  พื้นทีบริเวณนั้นก็จะไม่ได้รับการปรับปรุง  และการจ้างรถไถก็ลำบาก  (ไม่ค่อยอยากมา  พื้นที่ขนาดเล็ก)  มีวิธีจัดการอย่างไรดีครับ

 

๓.  การไม่ยกร่องมีผลต่อการขุดมันด้วยรถอย่างไร  (การปรับ กินดินลึก  รถไถแถวบ้านบอกว่าขุดขึ้นไม่ได้    แล้วที่ศูนย์ใช้วิธีไหนครับ(พื้นที่เอียงประมาณ  ๑๐ องศาครับ)

 

๔.  หากผมไถกลบปอเทือง   การหว่านปุ๋ยรองพื้น(ขี้ไก่แกลบ)ควรหว่านอัตราเท่าไรจึงจะเหมาสม  และปุ๋ยเคมีควรใช้สูตรใหน(หากไม่ได้วิเคราะห์ดิน)

 

 

๕.การหักดินตอนนี้ลานที่บ้านผม  หัก ๑๐% อัตราปกติใช่มั้ยครับ  หมายความว่ามัน ๑ ตัน มีดินปน ถึง  ๑๐๐ กิโลกรัม ถ้ามัน  ๑๐  ตัน มีดินปน  ๑ ตัน  ถูกต้องใช่มั้ยครับ(ผมรู้สึกจะมากไป  ไม่ทราบหน่วยงานไหนเป็นผู้กำหนดครับ)

 

ขอบคุณ  อ.  มากๆครับ  



ผู้ตั้งกระทู้ ธนพจน์ :: วันที่ลงประกาศ 2011-11-15 13:32:13


[1]

ความเห็นที่ 1 (1583853)

1 การให้น้ำสามารถทำได้ถ้าดินมีความชื้นน้อยลงครับ อายุ 6 เดือนความต้องการปุ๋ยของรากน้อยลง ที่เคยบอกว่าน้ำและปุ๋ยต้องมาพร้อมกันนั้น ถูกต้องแล้ว เพราะเมื่อใส่ปุ๋ยลงไปถ้าในดินไม่มีความชื้นจะเอาอะไรมาปลดปล่อยธาตุอาหาร และความชื้นเท่านั้นที่เป็นตัวเคลื่อนย้ายไปสู่ราก แต่เมื่อปลายรากแก่ การดูดก็น้อยลง ประกอบกับเมื่ออายุ 5 เดือนขึ้นไป ใบของพืชสามารถปรุงอาหารด้วยตัวเองได้ โดยใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ เช่น ไนโตรเจน ในอากาศ ความชื้น และคาร์บอนไดออกไซด์  สรุปถ้าให้ปุ๋ยต้องดูไทม์มิ่งคือต้องให้ตั้งแต่ 45-60 วันเหมาะสมที่สุด ไม่ควรเกิน 90 วัน แต่ถ้าไม่ได้ใส่ปุ๋ยช่วงอายุดังกล่าวคงต้องปล่อยไปตามธรรมชาติ หรือไม่ก็ให้ปุ๋ยทางใบครับ

2 ต้นพันธุ์ทุกสายพันธุ์เก็บตั้งไว้ได้ไม่เกิน 30 วันครับ ยกเว้น ระยอง 90 ที่เก็บได้ไม่เกิน 15 วัน การตั้งต้องตั้งให้ถูกต้องด้วย ห้ามนอนเพราะความชื้นจะระเหยออกจากต้นเร็ว เปอร์เซนต์การงอกลดลงแน่นอน อย่างน้อยเดือนละ 20 % ของจำนวนรากสมบูรณ์ จำนวนหัวมันที่พัฒนาจากรากที่สมบูรณ์ประมาณ 20-25% (16-20หัว) ถ้าจำนวนรากน้อยหัวก็น้อยไปด้วย เปอร์เซนต์การอยู่รอดก็น้อยลงตามอายุที่เก็บ ดังนั้นควรเก็บต้นไว้ปลูกหลังการเตรียมดินจะดีที่สุด เหตุผลของการไม่ได้ปรับปรุงดินพร้อมกัน  หรือรถไถไม่ยอมมาไถ ขึ้นอยู่กับการจัดการครับ ต้องไม่ลืมว่าเมื่อปลูกมันลงไปแล้ว สิ่งที่ต้องการคือผลผลิตสูงสุด ลดต้นทุนให้มากที่สุด ปัญหาอย่างอื่นต้องเป็นเรื่องรอง ต้องจัดการเองครับ

3 พื้นที่ลาดเอียง ต้องยกร่องครับ แต่พื้นที่เสมอศูนย์ไม่ยกร่อง หัวจะดกดีกว่ายกร่อง แต่เสี่ยงกับหัวเน่าถ้ามีน้ำขัง การขุดเดี๋ยวนี้ไม่ใช่ปัญหาหลักเลย เขาใช้รถไถขุด มิใช่แรงงานคนครับ

4 เมื่อไถกลบปอเทืองแล้ว สามารถปลูกได้เลยครับ แต่ถ้าต้องการขี้ไก่แกลบก็ใส่ 100-150 กก./ไร่ ถ้าไม่วิเคราะห์ดิน ใส่สูตร 15-7-18 ที่มันอายุ 45-60 วันไร่ละ 50 กก.ครับ

5 การหักการปนเปื้อนที่มากับหัวมันสด กรมการค้าภายในเขาให้หักตามความเป็นจริง แต่ไม่เกิน 10 % ของราคารับซื้อครับไม่ใช่น้ำหนัก ส่วนใหญ่พ่อค้าจะมั่วนิ่มหรือแกล้งโง่ตัดสูงสุด 10% ของน้ำหนักโดยอ้างกฏหมาย แล้วทำไมเวลาวัดแป้งไม่วัดที่ 25% ตามกฏหมายบ้างเล่าครับ ต่ำกว่าตัดเปอร์เซนต์ละ 2 สตางค์ สูงกว่าต้องจ่ายเพิ่มให้เกษตรกรเปอร์เซนต์ละ 2 สตางค์ตามกฏหมาย  กรมการค้าภายในมีประกาศมาตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม 2554 แล้ว เพราะมีการร้องเรียนว่าถูกพ่อค้าเอาเปรียบ ตัดดิน ตัดเปอร์เซนต์แป้งตามความพอใจเรียกว่าสั่งล๊อคว่าจะเอาไว้กี่เปอร์เซนต์ นี่ยังไม่รวมตาชั่งอีก ที่บางแห่งห้ามเข้าไปยืนในบริเวณตาชั่ง หรือติดฟิล์มห้องชั่งมืดจนมองไม่เห็นตัวเลขหรือคาน และมีประกาศให้ติดป้ายวิธีการรับซื้อให้เป็นไปตามกฏหมาย มีที่ไหนทำบ้างครับ ช่วยแจ้งไปด้วยจะได้ชื่นชม แต่จนถึงบัดนี้ผ่านไปหลายๆจังหวัดยังมองเห็นป้ายที่ว่าไม่ได้เลย ไม่รู้เอาไปติดตรงไหน ส่วนกรมการค้าภายในก็เป็นได้เพียงเสือกระดาษเท่านั้นไม่เห็นทำอะไรพ่อค้าได้เลย (เสียดายภาษี)  เรื่องดิน ที่สถาบันวิจัยพืชไร่ท่านผู้เชี่ยวชาญพืชทดแทนพลังงาน(มันสำปะหลัง)กรมวิชาการเกษตร เคยทดลองเอาเหง้ามันขึ้นไปสับแยกหัวบนรถ ให้ดินร่วงอยู่กับหัวมัน ทราบไหมครับ ผลที่ได้ออกมายังไม่เกิน 3%เลย แล้วถ้ายังตัด 10%สูงสุดก็ไม่ต้องไปขายให้ แปรรูปตากเองได้มากกว่าเท่าตัว หรือไม่ก็หยุดปลูกมันสักปีสองปี ถ้าหยุดปลูก คนจนไม่ใช่เกษตรกรครับ พ่อค้านั่นแหละจนเพราะไม่มีของ ต้องไม่ลืมว่าการตั้งลานรับซื้อและแปรรูปต้องใช้เงินหลักสิบล้านขึ้นไปนะครับ ถ้าไม่มีของดอกเบี้ยกินตาย คนมีความคิดเขาไม่ทำกับเกษตรกรอย่างนี้หรอกครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.สรรเสริญ ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-11-16 12:36:24


ความเห็นที่ 2 (1584612)

 ขอบพระคุณอาจารย์มากๆครับ

เรียนถามเรื่องการทำมันเส้นครับ  ว่าผลผลิตทีได้  เราสามารถไปส่งที่ใดบ้างครับ จึงจะให้ความคุ้มค่ามากที่สุด  

๑  โรงแป้ง

๒. โรงงานผลิตอาหารสัตว์

๓.อื่นๆ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ธนพจน์ วันที่ตอบ 2011-11-21 13:09:54


ความเห็นที่ 3 (1584794)

การทำมันเส้นสะอาด ส่งโรงแป้งไม่ได้ครับ โรงแป้งต้องการมันสด ถ้าไม่ต้องการขายให้ลานมัน ก็ไปส่งที่โรงงานผลิตอาหารสัตว์ เช่น เบทาโก  เซ็นทาโก สหะฟาร์ม ฯลฯ แต่ที่จะให้คุ้มมากที่สุดคือติดต่อตามฟาร์มเลี้ยงหมู เลี้ยงวัวนม เพราะเขานำไปผสมแร่ธาตุผลิตอาหารให้หมูเอง ถ้าเป็นมันเส้นสะอาดราคาจะได้สูงกว่าตามลานด้วย อื่นๆ โรงงานเอทานอล และถ้าเป็นกลุ่มมีจำนวนมากๆ (เป็นหมื่นๆตัน) ติดต่อผู้ส่งออกโดยตรงครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.สรรเสริญ ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-11-22 08:39:41



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.