ReadyPlanet.com

 หน้ารวมกระทู้ > ปุ๋ยใส่มันสำปะหลังสูตรอะไร หาซ...

ปุ๋ยใส่มันสำปะหลังสูตรอะไร หาซื้อได้ที่ไหน ใช้ยูเรียอย่างเดียวได้หรือไม่


อาจารย์สรรเสริญ

ปุ๋ยอยากรู้ว่าปุ๋ยใส่มันสำปะหลังสูตรไหนดี ธกส. มีไหม  ผมเป็นลูกค้าอยู่ เพื่อนเคยแนะนำให้ใช้ยูเรีย  หรือสูตร 16-20-0 จะใช้ได้ไหมครับ  ตอนนี้มันผมอายุได้ 2 เดือนแล้ว ดูเหมือนยังไม่ค่อยโตเท่าไร เมื่อก่อนผมปลูกข้าวโพดครับ อาจารย์ช่วยแนะนำด้วย ขอขอบคุณล่วงหน้าครับ

สมชาย  (คลองลาน กำแพงเพชร)



ผู้ตั้งกระทู้ สมชาย :: วันที่ลงประกาศ 2010-07-05 12:19:30


[1]

ความเห็นที่ 1 (1500397)

ตอบคุณสมชายครับ

ปกติปุ๋ยใส่มันสำปะหลังจะมีสองชนิดครับ ชนิดที่ 1 รองพื้น ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ครับ เน้นธาตุอาหารหลักตัวกลาง ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยพืชสดได้ทั้งนั้นขอให้ใส่รองพื้นก่อนปลูก   จริงๆแล้วถ้านำดินไปวิเคราะห์ก่อนจะทำให้ประหยัดการใช้ปุ๋ยลง เพราะในค่าวิเคราะห์จะบอกปริมาณธาตุอาหารคงเหลือ (N P K)  ค่าความเป็นกรดเป็นด่างหรือสมบัติทางเคมี  ซึ่งผลวิเคราะห์ดังกล่าวจะเป็นบรรทัดฐานในการหาสูตรปุ๋ยที่เหมาะสมกับความต้องการและพอเพียงกับการเจริญเติบโตตามเกณฑ์ของพืช   ตามด้วยผลผลิตที่ได้ก็สูงขึ้น           ชนิดที่ 2  เป็นปุ๋ยเคมีครับ จำเป็นนะครับต้องใส่    เพราะธาตุอาหารในปุ๋ยอินทรีย์ไม่พอให้มันสำปะหลังได้ผลผลิตตามที่ปราถนาหรอกครับ นอกเสียจากเปลียนชนิดพืชใหม่มาปลูกมันปีแรก  ธาตุอาหารที่พืชตัวเดิมใช้เหลือในส่วนที่มันไม่ต้องการ   หรือเปิดป่าใหม่ธาตุอาหารยังอยู่ครบ  นั่นแหละจึงไม่ต้องการปุ๋ยไปใส่เพิ่ม   แต่จะรู้ได้อย่างไรล๊ะถ้าไม่เอาดินไปวิเคราะห์     พอเป็นปุ๋ยเคมีก็ต้องมีสูตร     ปกติที่ใช้กับมันสำปะหลังใช้ธาตุตัวหลังสูงครับ เช่น  15-7-18     13-13-21 ฯลฯ  ให้ตัวหลังสูงตัวกลางต่ำไม่เป็นไรให้ไปกับปุ๋ยรองพื้นแล้ว   มันสำปะหลังที่คุณภาพดีต้องมีแป้ง และตัวหลังมันสร้างแป้งครับ   ใส่ไร่ละเท่าไร..  ถ้าได้ผลวิเคราะห์ดินมาแล้วให้เอาธาตุอาหารที่เหลืออยู่ในดินไปหักส่วนที่พืชต้องใช้   แล้วจึงใส่เสริมให้พอตามที่มันต้องการ เอาเกณฑ์นี้ไปตั้งก็ได้ครับ ใน 1 ตันหัวมันสด มันสำปะหลังใช้ปุ๋ยสร้างการเจริญเติบโตให้ผลผลิต และติดไปกับผลผลิต ตีซะว่า  ตัวหน้า N  1.7    ตัวกลาง  P2O5  0.5   และตัวหลัง  K2 2.5 กก./ไร่ ถ้าต้องการผลผลิต 5 ตันต่อไร่  หมายความว่าต้องคูณ ด้วย 5 จึงจะพอ  แต่ถ้าปีไหนได้ผลผลิตไปแล้ว 5 ตันต่อไร่นั่นหมายถึงปุ๋ยจะติดหัวมันไปที่หาลานหรือไปโรงงานเท่ากับสูตรที่ให้   คูณด้วย 5  ผลออกมาคือส่วนที่จะต้องเติมคืนให้ดินในปีถัดไป ป้องกันขาด ไม่งั้นผลผลิตลดลงแน่นอน ดังที่เกษตรกรเคยบอกว่าทำปีแรกได้ 7 ตันพอปีต่อมาเหลือ 4 ตัน แล้วไปโทษสายพันธุ์นั้นสายพันธุ์นี้ไม่ดี แท้จริงแล้วธาตุอาหารในดินถูกใช้ไปจนไม่พอให้พืชในปีถัดไปต่างหาก   หรือถ้าไม่เอาดินไปวิเคราะห์ก็ใส่ปุ๋ยเคมีสัก 50 กก.ต่อไร่ครับ ปลูกระยะมาตรฐานนะครับ  แต่ในส่วนของผมอยากให้เอาไปวิเคราะห์มากกว่าเพราะจะประหยัดมากเนื่องจากเราใส่เสริมเฉพาะตัวที่ขาด  สูตรที่บอกนี้ต้องเป็นแม่ปุ๋ยนะครับ ผสมเองด้วย  ผสมแล้วใส่ให้หมดห้ามทิ้งไว้นานมันจะปลดปล่อยเมื่อมีความชื้นสูง เสียของ

การใส่ปุ๋ยเคมีต้องให้ดินที่ความชื้นนะครับอย่าไปใส่รอฝน หรือใส่ขณะที่พืชไม่พร้อมเช่นยังไม่มีราก  หรือมีแล้วไปใส่เมื่ออายุ 5 หรือ 6 เดือน เสียปุ๋ย เสียเงิน เสียเวลาครับ เพราะพืชจะรับปุ๋ยเมื่อมีรากและใบ แต่ถ้าอายุรากมันแก่ไปมันก็รับอาหารได้น้อยใส่ไปก็เปล่าประโยชน์  การใส่ที่ถูกต้องเมื่ออายุ 45-60 วันครับ  รากเริ่มจะสะสมอาหาร(หัว)และช่วงนี้มันต้องการปุ๋ยมาสร้างความเจริญเติบโตมาก  การใส่ต้องขุดระหว่างต้นแล้วกลบปุ๋ยด้วย มิฉะนั้นเทวดาได้รับครับพืชไม่ได้ ระเหิด(ระเหย)หมด  และอีกอย่างปุ๋ยตัวหน้าจะปลดปล่อยธาตุอาหารเร็วมากเมื่อความชื้นและอุณหภูมิพอเหมาะ  ดังนั้นการเอาปุ๋ยเคมีที่มีตัวหน้าไปรองพื้นโดยที่รากพืชยังไม่มี  ฝนตกลงมาปุ๋ยปลดปล่อยธาตุอาหารให้พืชแต่พืชไม่มีราก แล้วมันจะได้อะไรเล่าครับ ไม่กี่ชั่วโมงมันระเหิดขึ้นไปหาเทวดาหมด เสียดาย ดังนั้นการรองพื้นจึงแนะนำให้ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ครับ  เพราะเขาจะค่อยๆปลดปล่อยตามกิจกรรมของจุลินทรีย์ดิน พืชจะได้รับอย่างช้าๆ  และปุ๋ยอินทรีย์สามารถเก็บความชื้นในบริเวณเขตรากให้พืชไว้ใช้ได้นานอีกด้วย  ยิ่งใส่มากการทิ้งใบก็จะช้าลงผลผลิตก็จะสูงตามไปด้วย   และอีกอย่างหนึ่งต้องระลึกเสมอว่ามันสำปะหลังที่สมบูรณ์จะมีภูมิต้านทานแมลงได้ดีมากครับ 

การใส่ปุ๋ยยูเรียอย่างเดียว  ปุ๋ยยูเรียเป็นแม่ปุ๋ยตัวหน้าครับ หน้าที่ของมันคือสร้างต้น สร้างใบ กิ่งก้าน รวมไปถึงสีของใบพืช ถ้าใส่ยูเรียอย่างเดียวในปริมาณมากเกินไป พืชจะอวบน้ำอ่อนแอง่ายต่อการเข้าทำลายจากแมลงศัตรูได้  และต้องระวังนะครับใส่มากๆ มันสำปะหลังที่ปลูกจะกลายพันธุ์  เป็นพันธุ์ดูใบ  (มีแต่ใบไม่มีหัว)    มันสำปะหลังต้องการทั้ง 3 ตัวครับโดยเฉพาะตัวหลัง    ข้าวโพดเป็นพืชอายุสั้นครับ ต้องการปุ๋ยที่เร่งให้เจริญเติบโตเร็วที่สุดใส่ปุ๋ยยูเรียจึงดูว่ามันโตเร็วทันใจ แต่สังเกตหรือปล่าครับเวลาเอาไปขายพ่อค้าตัดราคา บอกความชื้นสูง   ก็ยูเรียที่ใส่เกินไปนั่นแหละครับทำพิษ   พืชแต่ละชนิดใช้ปุ๋ยในปริมาณที่ต่างกันนะครับ ปลูกพืชชนิดไหนก็ศึกษาสักนิดจะได้ไม่ล้มเหลว  โชคดีนะครับ

สรรเสริญ

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.สรรเสริญ วันที่ตอบ 2010-07-05 23:04:33


ความเห็นที่ 2 (1511175)

             ผมมีเรื่องที่อยากจะขอเตือนพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังให้ทราบและระมัดระวังไว้ ขณะนี้มีกลุ่มคนที่ตั้งตัวเป็นนักวิชาการพัฒนาพันธุ์เองออกมาส่งอีเมล์ไปทั่ว เรื่องสายพันธุ์ใหม่ที่ชื่อ"เกร็ดมังกรจัมโบ้" ผมก็ได้รับครับเขาส่งปูพรมโดยไม่รู้ว่าส่งให้ใครบ้างโชคเขาไม่ดีมาเจอผม และคนที่เคยฟังผมบรรยายมาแล้วไม่ตรงกันเลยสอบถามมา ผมตอบไปแล้วแต่บางท่านไม่ได้เปิดอ่านส่วนใหญ่พอจะใส่ปุ๋ยก็เปิดมาที่ๆมีคำถามเกี่ยวกับปุ๋ยเท่านั้น    ขอบอกตรงนี้เลยครับว่าผมได้โทรไปหาเขาด้วยตัวเองทั้งสี่คนที่เกี่ยวข้อง มีคนที่อ้างว่าเป็นนักวิชาการอยู่แถวจังหวัดกำแพงเพชร(คุณทิว)คนเดียวที่ทดลองปลูกแล้วบอกว่า ปีแรกปลูก ๘๐ ไร่ ระยะปลูก ๑ x ๑ เมตร  ได้ผลผลิตประมาณ ๔๐ ตันต่อไร่  ได้กำไรล้านกว่าบาท ปีที่ ๒ ปลูก ๖๐ ไร่ ได้กำไรล้านกว่าเช่นกัน มาปีนี้ปีที่ ๓ ปลูก ๑๐ ไร่ จะขายต้นพันธุ์อย่างเดียวอ้างว่าง่ายกว่าเพราะไม่มีแรงงาน  ราคาต้นละ ๑๕ บาท  ส่วนที่ว่าได้ ๙๔ ตันต่อไร่ เขาบอกว่าคนที่เขาแนะนำวิธีการทำได้ไม่ใช่เขา เป็นถึงผู้กำกับอยู่จังหวัดสุโขทัย ผมขอเบอร์โทรเขาปฏิเสธอ้างว่าท่านไม่อยากเปิดตัว เลยไม่รู้ท่านคนนั้นมีตัวตนหรือไม่ เขาโทรกลับไปหาผมบอกว่าให้ทดลองสัก ๒ไร่ก่อนก็ได้ ๑ ไร่ใช้ต้อนพันธุ์แค่ ๒๐๐ ต้น เมื่อถูกถามว่าตัดได้กี่ท่อนเขาบอก ๕ ท่อน/ต้น ผมจึงเลิกคุย เพราะเขาบอกว่าเขาปลูก ๑ x ๑ นั่นหมายถึง ๑๖๐๐ ต้น/ไร่ แต่นี่จะให้ผมทดลองซื้อก่อนบอกว่าใช้แค่ ๒๐๐ ต้น/ไร่ ตัวเลขมันออกมาที่ ๑ ไร่ ผมจะได้ท่อนพันธุ์ที่ตัดแล้วเพียง ๑๐๐๐ ท่อน แล้วอีก ๖๐๐ ล๊ะ เอาที่ไหน..  ผมถามท่านว่าสมเหตุสมผลไหมครับ ได้กำไรปีละล้านทำไมไม่ปลูกต่อ กลับลดพื้นที่ปลูกลงทุกปี ทั้งที่ๆปลูกก็มีพร้อม  เมื่อผมถามเรื่องพันธุ์เขาอธิบายมาว่าเอาหลายๆสายพันธุ์มาใส่ในเกร็ดมังกร และผสมพันธุ์กัน เช่น ทองแดง ทองขาว ทองเหลือง มันห้านาที ระยอง ๘๑  ซึ่งในความเป็นจริงแล้วมันเป็นไปไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง มันเป็นพืชนะครับ         "ไม่ใช่หมา"  ที่ถูกผสมด้วยตัวผู้หลายๆตัว แล้วออกมาเหมือนพ่อบ้างแม่บ้าง เช่น แดงบ้าง ดำบ้าง ด่างบ้าง ฯลฯ การพัฒนาพันธุ์เขาใช้พันธุ์พ่อและแม่เดียว โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาที่ชัดเจน เช่นเพิ่มความต้านทานโรค แมลง หรือคุณภาพแป้ง และต้องเลือกพันธุ์ที่มีปัญหาและพันธุ์ที่สมบูรณ์มาเป็นพ่อแม่พันธุ์ เช่น เกษตรศาสตร ๕๐ ผสมกับ ระยอง ๕ (ระยอง ๕ อ่อนแอกับโรคใบไหม้) เสร็จแล้วได้ลูกคือ ห้วยบง ๖๐ หรือ ๘๐ ออกมา (โรคใบไหม้ไม่เกิดกับพันธุ์ลูกที่พัฒนาแล้ว)  ระยะเวลาการพัฒนายิ่งเป็นสิ่งสำคัญ เพราะต้องมีการคัดทิ้งส่วนที่ไม่ต้องการ เช่น ความต้านโรคและแมลงต่ำ ไม่ทนแล้ง ผลผลิตหรือคุณภาพแป้งต่ำกว่าพันธุ์พ่อพันธุ์แม่ ฯลฯ ใช่เวลาเป็นสิบปีครับ กว่าจะเสนอรับรองพันธุ์ได้ นี่คนพัฒนาเอามาปลูกเพียงปีเดียวปีที่สองบอกประสบความสำเร็จแล้ว ตั้งชื่อพันธุ์เองเพราะผสมเอง มันไม่ใช่สิ่งที่เป็นเหตุเป็นผลที่ต้องเชื้อว่าดีเลิศประเสริฐศรีเลย    อีกคนหนึ่งอยู่อุตรดิตถ์อ้างว่าทำงานให้โครงการหลวง เพิ่งปลูกปีแรก อายุมันตอนนี้ ๔ เดือน บอกมีการทดสอบตามหลักวิชาการตั้งแต่เดือนแรกหัวมันออกมาใหญ่เท่าตะเกียบ และขุดทุกเดือนจนถึงเก็บเกี่ยว ๙ เดือน  โดยแก่ลืมไปว่าอายุมันที่แกปลูกขณะนี้เพียง ๔ เดือนเท่านั้น  ส่วนผู้หญิงส่งอีเมล์ให้ผมโดยตรง ชื่อนัชชา คนนี้พูดคล่องมากสมกับเป็นนักขายตรง หว่านล้อมต่างๆนา ด่านักวิชาการว่าไม่ได้เรื่องสู้ของเขาไม่ได้ เมื่อถามถึงเรื่องพันธุ์เป็นมาอย่างไรก็อธิบายเหมือนเปิดเทป ห้ามถามเพราะตอบไม่ได้ เรียกขานเกษตรเทวดาที่อ้างตัวว่าพัฒนาพันธุ์ทองแดงว่าพี่อย่างสนิท  เมื่อถูกซักว่าปลูกมากี่ปีแล้ว กลับตอบว่ายัง....แต่ปีนี้จะปลูก แค่นี้ก็รู้แล้วจะเชื่อได้หรือไม่ เพราะแกพูดแต่เรื่องเครือข่าย พอบอกว่าราคาต้นพันธุ์เคยใช้ของกรมวิชาการ ๑ บาท ๕๐ เท่านั้น ถูกสวนมาว่า "นี่มันเกร็ดมังกรจัมโบ้นะพี่ ไม่เหมือนที่อื่น"  เออ..ลืมไปว่ามันไม่เหมือนถ้าเหมือนคงได้ ๔-๕ ตันต่อไร่   แต่แล้วทำไมเราต้องมาให้ความสำคัญกับคำว่าเกร็ดมังกรจัมโบ้ล๊ะ   ในเมื่อคนจะขายยังไม่ได้ทำเลย.. ส่วนอีกคนไม่ต้องพูดถึงเพราะถามอะไรไม่รู้เรื่องเลยชื่อเด จนมุมก็บอกว่ามีหน้าที่โพสท์ให้กลุ่มเท่านั้น ดังที่เล่าให้ฟังแล้วจึงขอเตือนว่า ๙๔ ตัน ๓๐ ตัน ๔๐ ตัน โกหกทั้งสิ้นใครทำได้ผมมีที่ให้ทำฟรี จะเอากี่ไร่ จะประกันราคาให้ด้วย แต่ต้องให้ได้ตามที่บอก  ท่านได้ที่ทำฟรี  แต่ถ้าไม่ได้กลับแต่ตัว ถ้าใครสนใจติดต่อเลยครับมีที่ว่างให้หลายร้อยไร่  และที่ทำกันไปแล้วก็ตาม เวลาขุดควรจะเชิญเครือข่ายที่ท่านชักจูงให้ร่วมเวรร่วมกรรมกับท่านไปดูตั้งแต่ยังไม่ขุด แล้วขุดต่อหน้าในพื้นที่ ๑ ไร่ ปักธงขุด (ถ้าจะเอานักวิชาการจากกรมวิชาการบอกผม จะเอานักข่าวไปทำข่าวให้ด้วย เอาให้ดังระเบิดไปเลย) หรือจะขุดทั้งหมดแล้วหารก็ได้ มิใช่เลือกเอาเหง้าที่ใหญ่ที่สุดในกี่สิบไร่ไม่รู้มาชั่งแล้วคูณด้วย ๑๖๐๐ ไม่มีใครเขาทำกันนอกจากคนที่ด้อยความรู้จริงๆ การทำแปลงทดลองพื้นฐานเลยเขาหารครับ เอาพื้นที่ๆทำมาหารออกมาเป็นไร่ละ มิใช่เอา ๑ เหง้ามาชั่งทั้งเหง้าแล้วคูณ ปัญญาอ่อนครับ

สรรเสริญ

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.สรรเสริญ วันที่ตอบ 2010-09-26 10:45:49


ความเห็นที่ 3 (1514767)

บุคคลเหล่านี้ ที่อาจารย์ กล่าวมา เป็นบุคคลที่นายพินิจ ขานเกตุ กล่าวอ้างถึง ว่าเป็นบุคคลตัวอย่างค่ะ เวลาออกแนะนำลูกค้าที่ขอนแก่น และบริเวณใกล้เคียง เป็นกลุ่มเดียวกันหรือไม่ ไม่แน่ใจ แต่ดิฉันได้ยินนายพินิจ ขานเกตุ พูดถึงประจำ ขณะนี้หากินที่ขอนแก่น , ชัยภูมิ และบริเวณใกล้เคียง แต่ช่วงนี้ รู้สึกว่าจะเริ่มติดต่อกับชาวต่างชาติ แนะนำพันธุ์มันนี้หล่ะค่ะ.....และประเทศเพื่อนบ้าน คือ ประเทศลาวค่ะ แต่เป็นกลุ่มทีมงานใหม่ ที่ไม่แน่ใจว่ากำลังตกเป็นเหยื่ออีกหรือไม่ เอาใจช่วย ให้น้อง ๆ เห็นแสงสว่างในเร็ววันค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น แจ๊สมิน วันที่ตอบ 2010-10-23 22:15:57


ความเห็นที่ 4 (1547995)

 thank you ความเห็นที่ 1 (1500397) and ความเห็นที่ 2 (1511175) from Vientian,Lao PDR

ผู้แสดงความคิดเห็น xay วันที่ตอบ 2011-05-25 10:36:14


ความเห็นที่ 5 (1549730)

เรียนผู้อ่านทุกท่าน

ผมมีข้อคิดเห็นเพิ่มเติมมาฝากให้พวกเราทุกคนครับ และก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทุกๆท่านที่ให้ความสนใจ และใส่ในการใส่ปุ๋ยซึ่งมันเป็นการให้อาหารพืชที่ถูกต้องตามหลักวิชาการที่ถูกมองข้ามมานาน และปล่อยให้เป็นดินพอกหางหมูมาจนเกิดการขาดธาตุอาหารในดิน รวมไปถึงสมบัติต่างๆของดินที่เปลี่ยนไปด้วย เรากำลังเพ้อฝันกันแต่เพียงการเพิ่มผลผลิตที่ผิดๆ ไม่ว่าจะเป็น การเอาสารอะไรต่างๆที่อวดอ้างสรรพคุณมาฉีดมาพ่นในชนิดที่เรียกว่ากระหน่ำใส่ โดยหวังว่าพืชได้รับแล้วจะให้ผลผลิตสูงตามที่ฝัน และมองข้ามต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในขณะนี้

ทุกวันนี้ ต้นทุนปกติจากการใส่ปุ๋ยเคมี 25-28 % ในการผลิตพืชในแต่ละปี ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่ารถไถ ค่าพันธุ์พืช ค่าสารเสริม(ตามความเชื่อ) ค่าแรงงาน ค่าสารกำจัดวัชพืช และแมลง ลองคิด ลองรวมดู ต้นทุนปาเข้าไป 60-70% แล้วจะเอาอะไรมาเหลือเล่าครับ เพราะมันคือต้นทุนที่เราคิดว่าจำเป็น ในขณะที่ราคารับซื้อผลผลิตจากพ่อค้าต้องพึ่งความต้องการของผู้บริโภค ทำให้โอกาสของความเสี่ยงที่จะขาดทุนมีค่อนข้างสูง ประกอบกับในเร็ววันนี้สมาชิกอาฟต้า (เขตการค้าเสรีอาเซี่ยน)จะเพิ่มจากเดิมอีก 4 ประเทศ คือลาว เขมร พม่า และเวียตนาม ที่แต่ละประเทศล้วนแล้วแต่มีต้นทุนการผลิตพืชที่ต่ำกว่าประเทศไทยมาก ดินที่ใช้ปลูกพืชยังมีความอุมสมบูรณ์สูง ต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีจึงต่ำมาก การแข่งขันทางการค้าสินค้าเกษตรจึงทำให้เราเป็นรองทุกประเทศที่กล่าวมาเพราะต้นทุนที่ต่างกัน

ตั้งแต่ดึกดำบรรพ์มาแล้ว ต้นกำเนิดดินที่เป็นอินทรียวัตถุก็มีเพียง 5 % เท่านั้น ส่วนใหญ่จะเป็นแร่ธาตุที่เราเรียกว่าอนินทรียวัตถุ ในส่วนของอินทรียวัตถุสำคัญมากเพราะอาจกล่าวได้ว่า 80 % ที่มีอยู่ของมัน เมื่อผ่านกระบวนการย่อยสลายของจุลินทรีย์ดินแล้วมันคือไนโตรเจนที่พืชต้องการมากที่สุด เมื่อครั้ง ปู่ย่าตายาย ไม่ต้องมีการนำเข้าปุ๋ยเคมีก็ปลูกพืชได้ผลผลิตสูง และคุณภาพดี แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานๆเข้า จาก 5 % เหลืออยู่ขณะนี้เพียง 0.5-1% เท่านั้น เพราะเราเอาแต่เผา เอาแต่ทำลาย ผลจึงตามมาที่ต้องซื้อปุ๋ยในรูปเคมีสังเคราะห์มาใส่แทนการขาด ยกตัวอย่าง เช่น ปุ๋ยข้าว 16-20-0 ซึ่งก็ใช้กันจนปัจจุบัน แต่ผลผลิตข้าวกับลดลงๆ มีแต่ข้าวลีบกับแกลบ ผลพวงมาจากการทำลายอินทรียวัตถุในดินทั้งนั้น ท่านทราบไหมครับ ข้าวเปลือก 1000 กก. ต้องการไนโตรเจน 20 กก. ฟอสฟอรัส 5 กก. โพแทสเซี่ยม 25 กก.  แต่พอเรามาดูสูตรปุ๋ยข้าว กลับเป็น 16-20-0 ตัวหลังที่จะสร้างแป้งในเมล็ดให้ข้าวไม่มีเลย แล้วข้าวมันจะไม่ลีบ แกลบมันจะไม่เยอะได้อย่างไร

พอเขียนมาถึงตรงนี้ หลายคนคงคิดว่าปุ๋ยสูตรใช้ไม่ได้ แล้วทำไมไม่เปลี่ยนสูตรใหม่ล๊ะ... ผมตอบแทนให้ก็ได้ครับ อย่างไรเสียเขาก็ไม่เปลี่ยนหรอก เพราะมันดีอยู่แล้ว ท่านทราบไหมครับว่า ที่รากและฟางข้าวมีธาตุอาหารตัวหลังอยู่เกือบๆ 20 กก. ผลิตข้าว 1000 กก.จะมีรากและฟางข้าวถึง 1300 กก.ที่มีธาตุอาหารครบแทบทุกตัว เพียงต่างกันที่ปริมาณเท่านั้น นี่แหละเขาจึงบอกว่าสูตรปุ๋ยมันเหมาะสมแล้ว มันอยู่ที่เราต้องเอาธาตุอาหารในฟางข้าวมาใช้ให้ได้มากที่สุด โดยหยุดการเผาแล้วไปซื้อปุ๋ยเคมีมาใส่ พืชชนิดอื่นก็เช่นกัน บริโภคปุ๋ยเหมือนกัน แต่ต่างกันที่ปริมาณดังกล่าว มาลองดูว่าถ้าเราไม่เผา ไม่ทำลายอินทรียวัตถุ หรือนำซากพืชออกนอกพื้นที่ เช่น ไม่เผาฟางข้าว แต่กลับขายฟางข้าว หรือไม่ทำลายต้นมัน เหง้ามัน แทนที่จะปล่อยไว้ให้ย่อยสลายเป็นปุ๋ยในดินกลับนำออกไปขาย เหง้ามันสำปะหลัง 1 ไร่น้ำหนักอย่างน้อย 2-2.5 ตัน/ไร่ เกษตรกรเอาออกไปขายตันละ 3.50-400 บาท แต่เวลาใส่ปุ๋ยกลับใส่คืนให้ดินเพียง 50 กก./ไร่ ราคา 1000 บาท เป็นต้น

การลดต้นทุนสามารถทำได้ด้วยการอนุรักษ์เศษซากพืชไว้ในดินให้มากที่สุด เพิ่มปริมาณอินทรียวัตถุในรูปปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยพืชสดให้มากที่สุด ให้อินทรียวัตถุในดินมีปริมาณเพียง 2 % ท่านจะสามารถลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยเคมีลงได้ โดยเฉพาะตัวหน้าแทบจะเป็นเลขตัวเดียวและต้นๆด้วย ส่วนที่เป็นแร่ธาตุมีปริมาณถึง 45 % ถึงกระนั้นบางตัวก็แสดงอาการขาด แต่ส่วนใหญ่กลับพบว่าพืชนำออกมาใช้ไม่ได้ การปรับความสมดุลย์ให้ปลดปล่อยออกมาใช้ได้ คือแนวทางหนึ่งที่ลดต้นทุน แล้วเราก็จะสามารถต่อสู้ทางการค้ากับคู่แข่งได้ ต้องจำไว้เสมอว่า การแข่งขันอยู่ที่การลดต้นทุนการผลิตพืชโดยไม่ลดผลผลิต เพิ่มคุณภาพของผลผลิตพืช ซึ่งจะปัจจัยเกี่ยวข้องอีกหลายสิ่งหลายอย่าง ซึ่งถ้ามีเวลาก็จะทยอยเขียนมาให้เป็นแนวทาง เป็นนิมิตหมายที่ดีที่บทความนี้มีผู้สนใจเข้าอ่านเพื่อหาความรู้ด้านวิชาการมากที่สุด ผมหวังว่าความรู้และหลักวิชาการต่างๆ จะเป็นแนวทางให้ท่านทั้งหลายได้ฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆได้ในอนาคต ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม

สรรเสริญ

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.สรรเสริญ วันที่ตอบ 2011-06-02 13:19:58


ความเห็นที่ 6 (1553047)

ผมผึ่งปลูกมันเป็นครั้งแรกครับ แต่เห็นข้อความของ อ. สรรเสริญแล้ว รู้สึกว่ามีคุณค่าสำหรับคนที่สนใจจะทำอะไรสักอย่าง อย่ามั่วอยู่ในกระลาควรมองสิ่งรอบข้างให้ละเอียด

ขอบคุณสำหรับข้อความดี ๆ ครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น ชัชวาลย์ (chatchwan1414-at-yohoo-dot-com)วันที่ตอบ 2011-06-20 10:09:59


ความเห็นที่ 7 (1553161)

อยากทราบว่ามันที่ถูกน้ำท่วมควรใส่ปุ๋ยชนิดไหนจะให้มันฟื้นตัว ไม่ท่วมมากมันไม่ถึงตาย

 

ผู้แสดงความคิดเห็น วนิดา แจ่มจิตร์ วันที่ตอบ 2011-06-20 18:21:07


ความเห็นที่ 8 (1610771)

เรียน อ.สรรเสริญ อยากทราบว่าเมื่อเราวิเคราะห์ดิน รู้แล้วว่าดินขาดธาตุอะไร แล้วเราจะหาซื้อแม่ปุ๋ยมาผสมได้ ที่ไหน จากหน่วยงานราชการมีไหม  ผมก็เป็นเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังคนหนึ่ง ปลูกมาหลายปี รู้สึกว่าผลผลิตจะลดลงเรื่อยๆ ต้องเพิ่มปริมาณปุ๋ยเคมีมากขึ้นทุกปี ถ้าได้แม่ปุ๋ยมาผสม ให้ได้ตรงกับที่พืชต้องการคงจะช่วยลดต้นทุนได้มาก ขอบคุณครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น ติ๊ก (tike999-at-hotmail-dot-co-dot-th)วันที่ตอบ 2012-05-15 13:29:50


ความเห็นที่ 9 (1610979)

ตอบครับ

แม่ปุ๋ยมีตามร้านขายปุ๋ยใหญ่ๆทั่วไปครับ  หน่วยงานราชการไม่มี ยังต้องซื้อเหมือนกัน

แม่ปุ๋ยไนโตรเจน  (N) ยูเรีย 46-0-0  หรือ แอมโมเนี่ยมซัลเฟต 21-0-0   (ลำต้นและใบ)

แม่ปุ๋ยฟอสฟอรัส (P) ทริบเปิลฯ 0-40-0 หรือ DAP 18-46-0  (ราก ดอก ผล)

แม่ปุ๋ยโพแทสเซี่ยม (K) โพแทสเซี่ยคลอไรด์ 0-0-60  หรือ ซัลเฟต 0-0-50 แป้ง,คุณภาพ และความต้านทานโรค, แมลง

ผสมตามค่าวิเคราะห์ดินที่ขาดครับ แต่ต้องไม่ลืมเพิ่มอินทรีย์วัตถุให้ดินด้วยจะได้ประหยัดปุ๋ยเคมี และลดต้นทุนได้ โชคดีครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.สรรเสริญ ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-05-16 16:36:35


ความเห็นที่ 10 (1611409)

ผมก็เพิ่งทำเหมือนกัน แต่ก็ขอขอบคุณในทุกความเห็น ทุกคำแนะนำ

ผู้แสดงความคิดเห็น โสภณ กุศลชวนะ (sopon0827247419-at-hotail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-05-19 22:30:35


ความเห็นที่ 11 (1618817)

 ดิฉันปลูกมันสำปะหลังมาได้ 11 เดือนต้นมันงามมากลำตันก็อวบใหญ่ดี แต่พอดีโดนพายุฝนตกแรงทำให้ต้นมันล้มถึงเห็นปรากกฎว่า็หัวมันเล็ก และไม่ดกทั้งที่แปรงอื่นเป็นดินทรายยังได้หัวใหญ่กว่า ลืมบอกไปค่ะว่าเป็นดินแดงและใช้ปุ๋ยอินทรีย์ทำเอง ตอนี้ไม่รู้ว่าจะแก้ไขอย่างไร ใส่ปุ๋ยอะไรจะช่วยให้ดีขึ้นบ้าง ตอนนี้มันใหญ่แล้วให้ปุ๋ยน้ำฉีดลงโคนต้นจะได้ผลหรือเปล่า อยากเรียนปรึกษา อ สระะรเสริญ ช่วยแนะนำห้ด้วย ขอขอบคุณล่วงหน้า  อีกอย่างในกรณีปลูกมันได้ประมาณเดือนเศษปรากฏว่ามันตาย เป็นหย่อมๆ ควรปลูกแซมหรือไม่ค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น พิชญา (poochana -at- hotmail-dot- com-dot-)วันที่ตอบ 2012-07-05 00:25:44


ความเห็นที่ 12 (1618883)

ตอบครับ

มันอายุ 11 เดือนใกล้อายุขุดแล้วครับ ปุ๋ยช่วยอะไรไม่ได้แล้ว การพัฒนาอย่างสมดุลมันต้องมีมาตั้งแต่แรก จึงได้เตือนเสมอว่าทุกอย่างช่วงนี้ (1-3 เดือน)ขอให้ทำตามหลักวิชาการจะดีที่สุด และหลังจากสามเดือนไปแล้วจะผสมผสานอย่างอื่นก็ไม่เป็นไร  จากกระบวนการของจุลินทรีย์ดิน ปุ๋ยอินทรีย์ส่วนใหญ่จะหนักไปทางไนโตรเจน (ตัวหน้า) จึงมีส่วนที่ต้นจะโตและงามที่ใบอย่างไม่สมดุลระหว่างใต้ดินและเหนือดิน เพราะธาตุอาหารในปุ๋ยอินทรีย์ต่ำไม่พอให้พืชนำไปใช้สร้างผลผลิต ส่วนการฉีดปุ๋ยน้ำลงไปในดินขณะที่รากดูดอาหารของมันมีน้อยมาก(ขณะนี้จะมีเท่าปริมาณหัว) การรับและส่งขึ้นมาเหนือดินก็น้อยไปด้วย ไม่คุ้มครับ ในตอนนี้พืชก็สร้างอาหารจากธรรมชาติให้ตัวเองอยู่ ด้วยการใช้วัตถุดิบที่มีในธรรมชาติโดยที่เราไม่ต้องไปให้ นั่นคือ คาร์บอนไดออกไซด์ ออกซิเจน น้ำหรือความชื้น และแสงสว่าง รอสักระยะครับเพราะตอนนี้อายุ 11 เดือน จะขุดได้ก็ต้องหมดฝนถึงตอนนั้นก็คงอายุประมาณ 14 เดือนหัวคงจะใหญ่ขึ้นตามธรรมชาติเอง แต่คงไม่ดกหรือมีมากขึ้นมากว่าเดิมอีกเท่านั้น

มันตายเป็นหย่อมๆ อาจมาจาก ต้นพันธุ์ที่ไม่สมบูรณ์ แก่หรืออ่อนเกินไป, ตั้งต้นไว้นานเกินไป, ปลูกขณะไม่มีฝน หรือปลูกแล้วฝนทิ้งช่วง, การปลูกแซมไม่ควรทำเพราะจะไม่โต แต่ถ้าต้องปลูกซ่อมควรถอนของเก่าออกให้เป็นพื้นที่เดียวกันแล้วปลูก มันก็จะโตเท่าๆกันและไม่โดนมันที่ปลูกก่อนแย่งแสง แต่ถ้าโดยรวมแล้วเสียหายไม่เกิน 20 % ไม่ต้องซ่อมครับผลผลิตจะไม่ลด จะหายไปเพียงจำนวนต้นเท่านั้น

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.สรรเสริญ ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-07-06 08:43:33


ความเห็นที่ 13 (1628108)

เรียนอ.สรรเสริญ

ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่พึ่งทำมันสัมปะหลังปีแรก ปลูกต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ปลูก 2 พันธุ์ ห้วยบง 60, เกล็ดมังกร (พันธุ์ใหม่พี่สาวให้ลองมาปลูกบอกว่าหัวใหญ่)รองพื้นด้วยปุ๋ยขี้ไก่ 30 ลูก/ 27 ไร่ปริมาณค่อนข้างน้อยแต่มันขึ้นดีมาก แช่ท่อนมันก่อนปลูกจากนั้น 1-2 เดือนแรกให้ปุ๋ยทางใบ  พร้อมกับกำจัดวัชพืชไป ถึง 2 ครั้ง ล่าสุดอาทิตย์ที่แล้วใช้ปุ๋ยสูตรที่อ.สรรเสริญ ให้ไปว่าน 15-7-18 เพราะยังไม่ได้วิเคราะห์ดิน ดูแล้วค่าใช้จ่ายที่จ่ายไปกับค่าปุ๋ยค่ายาค่าแรงสูงมากเลยค่ะปีแรก เพราะจ้างแรงงานทั้งนั้นไม่ได้ทำเอง

ถามว่าหากเราใช้วิธีการทำรุ่นมันแทนการกำจัดวัชพืชได้ใหมค่ะว่านปุ๋ยแล้วก็ไถกลบได้ไถหญ้าไปด้วย พอเลย 5-6 เดือนแล้วก็ปล่อยเลยใช่ใหมค่ะไม่ต้องให้ปุ๋ยแล้วใช่ใหมค่ะ?

ผู้แสดงความคิดเห็น vow (vowyaw-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2012-09-06 11:31:45


ความเห็นที่ 14 (1632133)

ตอบครับ

ผมต้องขอโทษที่ไม่เห็นกระทู้ เพราะแฟรชชิ่งไลท์มันหยุดกระพริบแล้ว ช่วงวันที่คุณถามไปนั้นมันตรงกับการอบรมพอดี  การรองพื้นด้วยขี้ไก่ 30 ลูก(ถุง)กับพื้นที่ 27 ไร่ไม่มากหรอกครับยังน้อย แต่ที่เห็นมันดีขึ้นเพราะในขี้ไก่มันมีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบอยู่มันจึงเห็นการตอบสนอง แต่ถามว่ามันพอไหม.. ไม่พอครับ แช่ท่อนพันธุ์ก่อนปลูกถูกต้องครับ แต่หลังจากนั้นให้ปุ๋ยทางใบไม่รู้ให้เพื่ออะไรครับ ปกติถ้าเราจะลดต้นทุนควรให้ปุ๋ยทางดินเพราะเป็นแนวทางที่ประหยัดที่สุด ส่วนการให้ปุ๋ยทางใบจะให้ถ้ามันจำเป็นจริงๆเมื่อถึงเวลาแล้วไม่มีฝนหรือความชื้นในดินไม่มีที่จะปลดปล่อยปุ๋ยทางดินเราจึงต้องให้ทางใบช่วยมัน ส่วนการกำจัดวัชพืชถ้าจะให้ประหยัดควรคุมการงอกครั้งแรกหลังปลูกทันที และทำอีกครั้งด้วยแรงงานคน(ถ้าไม่มาก)ก่อนจะให้ปุ๋ยเคมีที่อายุ 45-60 วัน การกำจัดมันหมายถึงมีวัชพืชมากโดยไม่ได้ควบคุม และการกำจัดด้วยสารเคมีจะทำให้พืชชะงักในช่วงสำคัญ ปุ๋ยเคมีถ้าผมแนะนำจะไม่มีการให้หว่านเลยครับ อาจจะเข้าจะอะไรผิด เพราะผมจะเน้นให้ขุดหรือเจาะใส่ปุ๋ยระหว่างต้นแล้วกลบปุ๋ยเพื่อป้องกันการสูญเสีย การจัดการถ้าเราทำให้มันถูกต้องค่าใช้จ่ายจะไม่เกินความเป็นจริงแน่นอน ยกเว้นเราไปใส่อะไรๆที่ไม่ควรจะใส่ตามคำแนะนำของคนรอบข้าง หรือคนขายของ แน่นอนต้นทุนย่อมจะบานปลาย

การทำรุ่น(กำจัดวัชพืช)ด้วยแรงงานคนเป็นสิ่งที่ผมสนับสนุนให้ทำตลอดมาเพราะมันได้ประโยชน์หลายอย่าง เช่นหญ้าที่ใช้แรงงานคนถากหรือดายออกมาจะเน่าและปลดปล่อยแอมโนเนียให้พืชที่สำคัญมันคลุมวัชพืชและความชื้นหน้าดินด้วย ส่วนหญ้าที่ใช้สารเคมีกำจัดจะถูกดึงเอาน้ำออกไปแล้วยืนตายโดไม่เน่าเปื่อย รอการกรอบแห้งหรือติดไฟง่าย ไม่คลุมวัชพืชหรือหน้าดิน ยิ่งกว่านั้นถ้าไปพ่นถูกต้นหรือใบเข้าก็จะทำให้ส่วนนั้นๆเสียหายได้ ถ้าคุณสามารถทำด้วยแรงงานคนได้ดังคำถามจะดีที่สุด ส่วนปุ๋ยผมก็ยังยืนยันว่าคุณควรใส่ไว้ในดิน ไม่ใช่หว่านเพราะมันสูญเสียง่าย เมื่ออายุ 5-6 เดือนดูแลเพียงแมลงเท่านั้นไม่ต้องใส่ปุ๋ย ส่วนวัชพืชไม่ต้องห่วงถ้าพุ่มใบมันของคุณคลุมแสงได้มันจะค่อยยุบและเฉาตายไปเอง   

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.สรรเสริญ ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-10-02 16:46:10


ความเห็นที่ 15 (1633110)

ผมเพิ่งปลูกมันได้ 15 วัน และตอนนี้กำลังดายหญ้า  หรือที่เรียกว่า ทำรุ่นมัน ตอนนี้ต้นมันแตกกิ่งใบออกมาพอประมาณต้องการใส่ปุ๋ยไม่รู้ว่าต้องใส่ปุ๋ยสูตรไหน  และหลักการใส่ปุ๋ยมีวิธีการทำอย่างไร  ก่อนทำการปลูกผมได้ทำการหว่านปุ๋ยขี้ไก่อัดเม็ดในปริมาณ 50 กิโลกรัมต่อไร่  ที่ที่ผมทำการปลูกเป็นดินร่วรปนทราย

ผู้แสดงความคิดเห็น คนสวนเมืองน้ำดำ วันที่ตอบ 2012-10-08 19:38:13


ความเห็นที่ 16 (1633323)

ตอบครับ

หาปุ๋ยเคมีสูตร 15-7-18 ไร่ละ 50 กก.ช่วงอายุ 45-60 วันโดยก่อนการใส่ให้กำจัดวัชพืชก่อน ช่วงนี้อย่าเพิ่งใส่เพราะรากจะมีที่อายุ ประมาณ  21-30 วันครับ การใส่ควรใส่บนสันร่อง โดยการขุด หรือเจาะหยอดปุ๋ยแล้วกลบ ห้ามนำไปหว่านเพราะการสูญเสียจะสูง

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.สรรเสริญ ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-10-09 18:42:26



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.