ReadyPlanet.com


มันสำปะหลังกับความผันผวนของราคา


 ผมเองส่วนตัวอยู่กับมันสำปะหลังมานานพอสมควร เห็นมาตั้งแต่ราคาไม่ถึงบาท มาเห็น 1 บาทหรือ กว่านั้นเมื่อ 2548 เพราะมีความต้องการของตลาดสูงเนื่องจากภาวะแห้งแล้ง และก็ปรับขึ้นเรื่อยมา จนถึงปีนี้ราคาก็ร่วงลงเพราะความแห้งแล้งคล้ายปีที่กล่าวมาข้างต้นส่วนหนึ่ง กลไกตลาดส่วนหนึ่ง และความเห็นแก่ตัวของพ่อค้าส่วนหนึ่ง.. แต่ผมไม่เคยคิดจะหยุดปลูกมันเลย เพราะมันเป็นพืชที่ดูแลง่าย ความเสี่ยงน้อยกว่าพืชอื่น ถ้าเรารู้จักนิสัยของมัน รู้จักการเริ่มต้นที่ถูกต้องจะปราศจากความเสี่ยงอย่างสิ้นเชิง การจัดการอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการจะทำให้เราอยู่ได้ด้วยคุณภาพของตัวมันเอง เพราะพ่อค้าต้องการคุณภาพในหัวมันสดที่มีองค์ประกอบแป้งสูง มากกว่าหัวใหญ่แต่แป้งต่ำ ประกอบกับเกษตรกรต้องเรียนรู้เรื่องการลดต้นทุนในการใช้ปัจจัยเสริมการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ ใส่ตามที่พืชต้องการทั้งชนิดและปริมาณเท่านั้น (ไม่ใส่ตามที่เราต้องการเพราะมันคือการเพิ่มต้นทุน) เหตุนี้ผมจึงไม่เจ็บตัว เพราะต้นทุนผมต่ำ แต่ขายเฉลี่ยหัวมันสดได้กก.ละ 2บาทถึง 2.15 บาทกว่า (ในขณะที่ทั่วไปลานรับซื้อเดียวกันขายอยู่ที่ 1.65-1.80) แม้จะน้อยกว่าปีที่ผ่านมาที่ขายได้ 2.30 /กก. และทำมันเส้นสะอาดเองส่วนหนึ่งแต่ก็ไม่ทำให้เราเดือดร้อน

เรารู้ว่าความเสี่ยงอยู่ตรงไหน แต่เราก็ทำทั้งๆที่รู้ โดยเฉพาะการปลูกนอกฤดู การเก็บเกี่ยวที่ไม่ครบอายุ เราอาจประชดว่าราคาไม่ดีไม่จำเป็นต้องทำให้ดี ใครคิดเยี่ยงนี้ผมว่าคิดผิด !! ยิ่งจะทำให้ราคาตกต่ำลงไปอีก เพราะนับจากนี้เขาซื้อที่คุณภาพ

ราคาที่ไม่ตอบสนองความต้องการของเรา มาจากหลายปัจจัย เช่นคุณภาพไม่ดีเพราะความแห้งแล้งที่มิใช่เราประเทศเดียวเผชิญอยู่ การปลูกนอกฤดู การใช้ปุ๋ย ฯลฯ จนสุดท้ายความต้องการของตลาด ความเห็นแก่ตัวของพ่อค้าที่มุ่งแต่กำไรมากเกินไปโดยไม่ให้ความสำคัญผลผลิตในประเทศ ที่นำไปสู่ความผันผวนของราคา ที่สำคัญที่สุด เราควบคุมปริมาณการออกสู่ตลาดไม่ได้เลย นั่นคือ แข่งกันขุดจนเข้าทางของพ่อค้าเนื่องจากแปรรูปไม่ทัน ราคาจึงถูกกดลงมา

เคยบอกมานับสิบปีแล้วเรื่องอุปสงค์อุปทาน เราเองควบคุมกันได้ แต่เราไม่ทำกัน การแห่ปลูกจนเกินความต้องการตลาดของมือใหม่ทั้งหลายเป็นส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้นกับทุกพืชที่ราคาดีในปีก่อนหน้านั้น โดยลืมไปว่าใครคิดเหมือนท่านก็ปลูกเหมือนท่าน ด้วยความที่ไม่ได้เรียนรู้ และเชื่อคำเชิญชวนมากเกินไปจึงหมดไปกับค่าเช่าที่ดิน ค่าต้นพันธุ์ชื่อแปลกๆที่เขาบอกว่าปลูกแล้วไม่ต้องใส่ปุ๋ย ปลูกแล้วได้ 20 ตัน 30ตัน ค่าปุ๋ยที่อ้างอวดว่าจะทำให้ได้ผลผลิตก้าวกระโดด สิ่งนี้ต่างหากที่ทำให้เราและเพื่อนเกษตรกรล้มเหลว

บางคนที่เข้ามาใหม่ถึงกับบอกว่าปีหน้าหยุดปลูกเพราะเข็ดขยาดกันมันสำปะหลัง ถ้าท่านทำแบบที่ผ่านๆมา ผมสนับสนุนให้ท่านหยุด ยิ่งหยุดมากยิ่งดี เพราะซัพพลาย(อุปทาน)มันจะได้ต่ำลง ราคามันก็จะได้สูงเพราะความต้องการของตลาด

สรุป ราคาผลผลิตพืชทุกชนิดอยู่ที่ความต้องการของตลาด หรืออุปสงค์อุปทาน แต่ถ้าอุปทานสูงต้องวัดกันที่คุณภาพ ซึ่งใครมีมากกว่าก็จะได้ราคาดีกว่า ลองมองย้อนกลับมาที่ตัวเราเอง ถ้าเราเป็นผู้ซื้อเราจะคิดถึงคุณภาพหรือราคาที่ซื้อมาแล้วขายต่อไม่ได้ หรือซื้อมาแปรรูปแล้วมันขาดทุน !!



ผู้ตั้งกระทู้ อ.สรรเสริญ กระทู้ตั้งโดยเว็บมาสเตอร์ :: วันที่ลงประกาศ 2016-02-29 09:18:01


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.