ReadyPlanet.com


สารไคติน กับฝนทิ้งช่วง


 สวัสดีครับอาจารย์

ก่อนอื่นผมต้องขอแนะนำตัวเองก่อนนะครับ ผมเพิ่งเป็นเกษตรกร มือใหม่ แต่เดิมทำงานอยู่แต่ในออฟฟิส ไม่เคยมีความรู้เรื่องการเกษตรมาก่อนแต่ก็ได้ศึกษาจากเว็บของอาจารย์นี่แหละครับมานานแล้วและเพิ่งลงมือทำปีนี้ปีแรกหลังจากได้วางแผนและตัดสินใจมาแล้วหลายปี ผมอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา ต.หนองบุนนาก อ.หนองบุญมาก ครับที่เพาะปลูกเป็นที่ปลูกมันสำปะหลังมาโดยตลอดเป็นที่ของภรรยาผม (ผมเป็นเขยครับ) ตอนแรกก่อนปลูกผมก็วิเคราะห์ดินแล้วใช้ชุดทดสอบดิน (ของม.เกษตรครับ) ผลค่าความเป็นกรดด่าง NPK ก็อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมครับ

ก่อนหน้าผมปลูกประมาณเดือนมีนาคม ผมได้ใส่ขี้ไก่ไป 68,000 บาท (เนื้อที่ 43 ไร่) ผมปลูกวันที่ 26 เมษายน 2555 ตลอดเดือนแรกที่ปลูกฝนก็มีมาตลอดครับไม่ทิ้งช่วงยาว แต่ระยะเดือนครึ่งที่ผ่านมา ฝนไม่มีมาเลยครับ มันกทิ้งใบไปเรื่อยๆ ผมเห็นก็นึกท้อใจ ลองขุดรอบโคนดูหัวใหญ่สุดก็ประมาณใหญ่กว่าขวดยาแดงนิดๆ ผมเห็นสารไคตินในเว็บของอาจารย์ ผมก็เลยสั่งมา ก็กะว่าจะพ่น แต่ผมก็มีเสียงคัดค้านจากคนรอบข้าง(พี่น้องที่เคยปลูกมาตลอด) ว่า พ่นไปก็ไม่มีประโยชน์ เพราะฝนไม่ตก แต่สารตัวนี้ก็เป็นตัวกระตุ้นไม่ให้พืชคายน้ำหรือลดการคายน้ำของพืชนะ ผมก็อธิบายไปอย่างนั้น ผมขอสอบถามอาจารย์ว่า ในกรณีของผมนี้ฉีดได้ใช่ใหมครับ และระยะเวลาที่เหมาะสมที่สุดตอนไหนครับ (เช้ามืด สาย บ่าย หรือเย็น) ครับ อาจารย์ช่วยแนะนำผมหน่อยครับ ผมคิดว่าอย่างไรผมก็ต้องพ่น เพราะอย่างน้อยที่สุด ดีกว่าเราไม่ทำอะไรให้แก่พืชของเราเอง ถ้ารอฝน ผมคิดว่าอาจจะช้าไป ถ้าจะเอาน้ำไปรด ก็ลำบากเกินครับ เดี๋ยวชาวบ้านจะหาว่าบ้า ขอบคุณอาจารย์มากครับสำหรับคำตอบตามกระทู้ต่างๆ ผมหวังว่าสักวันคงจะได้ไปเรียนรู้ที่ศูนย์ของอาจารย์ 



ผู้ตั้งกระทู้ อภิเชษฐ์ :: วันที่ลงประกาศ 2012-08-18 15:22:48


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (1624804)

เป็นธรรมดาครับคุณอภิเชษฐ์ ที่คุณนำสิ่งใหม่ที่ไม่มีใครเขาทำกันไปปฏิบัติ แล้วคุณจะกลายเป็นสิ่งประหลาดในพื้นที่ เพราะเขาไม่ทำกัน ที่สำคัญเขาไม่รู้ ที่เขาไม่รู้เพราะเขาเข้าไม่ถึงข้อมูลที่ถูกต้องแท้จริง แม้อำเภอหนองบุญมากจะปลูกมันสำปะหลังกันแทบทุกหลังคาเรือน แต่จะมีสักกี่หลังคาเรือนที่สามารถเข้าถึงเว็ปฯที่เป็นประโยชน์ต่างๆได้ สิ่งที่พวกเขาพบเป็นประจำคือ สินค้านาโนฯจากกลุ่มนักขายตรงที่อ้างความเป็นนักวิชาการที่แพงแสนแพงแลกกับความหวังคือผลผลิตในอนาคตที่เลือนลาง อย่าไปฟังเสียงคนพวกนี้เลยครับ ไม่สร้างสรร โบราณเขาบอกว่า "มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ " ในยามวิกฤติเช่นนี้ถ้าคุณสามารถช่วยให้พืชมีน้ำในตัวมันได้ หรือชะลอการใช้น้ำในดินของมันได้นานที่สุด อย่าว่าแต่สารไคตินเลยครับ "น้ำเปล่าๆ" ก็ยังสามารถยึดอายุของมันได้ คุณปลูกมันเดือนเมษายน ตอนนี้อายุก็ย่างเข้า 4 เดือน มันเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญมาก ถ้าปล่อยให้ใบร่วงก็น่าเสียดายแทนครับ เอาเป็นว่าถ้าคุณมีสารไคตินแล้ว พ่นไปเลยครับ หลังการพ่น 5-7 วันคุณดูความเปลี่ยนแปลง หรือจะเหลือไว้เปรียบเทียบโดยไม่พ่นสัก 1  ไร่ก็ได้ จะได้ให้คนที่เห็นคุณเป็นตัวประหลาดได้รู้ว่าสิ่งที่คุณทำมีค่ามากน้อยเพียงไร พ่นไปก่อนโดยไม่ต้องอธิบาย แล้วจะมีคำถามเองเมื่อมันของคุณเสียหายน้อยกว่าพวกเขา พ่นไปเลยครับมีแต่ได้โดยไม่มีทางเสีย เวลาพ่นควรพ่นแต่เช้าๆครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.สรรเสริญ ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-08-18 18:47:56


ความคิดเห็นที่ 2 (1624850)

 ขอบคุณมากครับ อาจารย์

ผู้แสดงความคิดเห็น อภิเชษฐ์ วันที่ตอบ 2012-08-19 08:01:09


ความคิดเห็นที่ 3 (1625208)

เรียนถามอาจารย์ครับ

ข้าวและมันสำปะหลัง  หลังจากที่เราฉีดพ่นสารไคตินแล้ว ใช้ระยะเวลาในการแสดงออกถึงความแตกต่างเท่ากันหรือไม่ครับอาจารย์ หรือข้าวตอนออกรวงค่อยแสดงผล

สุวัตน์

ผู้แสดงความคิดเห็น สุวัตน์ วันที่ตอบ 2012-08-21 15:13:09


ความคิดเห็นที่ 4 (1625464)

คุณสุวัฒน์ พืชที่ได้รับสารจะแสดงผลไม่เท่ากัน นั่นมาจากการพฤติกรรมที่เราพ่นสาร ถ้าพ่นแล้วสามารถเข้าปากใบได้มากกว่าก็จะแสดงผลเร็วกว่า ซึ่งมันเป็นธรรมดาอยู่แล้ว แต่ถ้าท่านพ่นแล้วพืชรับเร็ว รับได้มาก อาทิตย์สองอาทิตย์ก็แสดงผลออกมาแล้ว อยู่ที่เราสังเกตุหรือเปล่าว่ามันเปลี่ยนแปลง บางคนพ่นทั้งปียังไม่รู่ถึงการเปลี่ยนแปลง บางคนช่างสังเกตุอาทิตย์เดียวก็รู้ผล ก่อนพ่นสังเกตุ หลังพ่นสังเกตุ การใช้สารจึงจะมีประสิทธิภาพ เปรียบเทียบกับการกินอาหาร และการให้น้ำเกลือซิครับ ทำไมน้ำเกลือแสดงผลเร็วกว่า ก็เพราะมันเข้าในร่างกายได้มากกว่า ตรงกว่า เร็วกว่า ร่างกายจึงฟื้นเร็วกว่าใช่หรือไม่ พืชก็ไม่ต่างกันครับ ถ้าพ่นตรงจุดที่เป็นปากใบ ปากทางเข้าของมัน ไม่พ่นสาดทิ้งสาดขว้าง ก็ได้ผลเร็ว

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.สรรเสริญ ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-08-22 08:07:06


ความคิดเห็นที่ 5 (1656639)

 ขอบคุณมากครับอาจารย์ เมื่อประมาณ 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา ผมได้ถอนมันสำปะหลัง ปรากฎว่าดีเกินคาดครับได้ 5 ตันต่อไร่ (พันธ์ 81)

ปีนี้แม้คนรอบข้างจะว่าอย่างไร ผมไม่สนใจครับ ผมก็จะทำของผมเหมือนเดิม ผมเหลือมันค้างปีอยู่ ประมาณ 25 ไร่ ขอคำแนะนำจากอาจารย์หน่อยครับว่า มันค้างปีผมควรจะดูแลและจัดการอย่างไรครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น อภิเชษฐ์ วันที่ตอบ 2013-04-16 15:31:31


ความคิดเห็นที่ 6 (1656707)

ไม่ต้องไปทำอะไรกับมันครับ ดูแลให้มันมีใบให้มากที่สุดด้านบนที่สามารถรับแสง แต่ใบภาระที่อยู่ด้านล่าง แสงเข้าไม่ถึง ถ้าทำได้เอาออกซะ เอามาตากทำอาหารสัตว์ หรือสกัดสารแทนนินก็ได้ เอามันไว้ก็ช่วยคายน้ำให้ความชื้นในดินลดเร็วขึ้น ดูแลเพียงแมลงโดยเฉพาะเพลี้ยแป้ง ถ้ามันเข้ามาก็เด็ดยอดมันออกใส่ถุงดำซะ ไม่ต้องไปพ่นยาการปล่อยมันข้ามปีไม่ควรให้เกิน 18 เดือน (ปีครึ่ง) เพราะคุณภาพมันจะลดลงเนื่องจากมีกากใยสูง มันสำปะหลังยังมีประโยชน์อีกมากมายที่คนไม่รู้ แม้แต่ ก่อนที่คุณจะขุดถ้าเด็ดยอดออกมาหั่นตาก 2-3 แดด ราคายังได้ 4-5000 บาทต่อตัน ได้ค่าปุ๋ยค่ายา เกษตรกรไม่ทำกัน แต่บ่นว่าจน เพราะชอบสบายมากกว่า มันสำปะหลังนอกเหนือจากการขายต้น ขายหัว ถ้ามีเวลาก็เชิญเข้าไปอบรมจะได้นำความรู้มาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ  ถ้าสิ่งที่คุณทำได้แล้วได้ผลในทางบวก ยอมเป็นตัวประหลาดต่อไปเถอะครับ เดี๋ยวก็จะมีตัวประหลาดใหม่ๆเข้ามาขอเป็นกลุ่มเดียวกับคุณเอง..ขอบคุณที่เชื่อฟังคำแนะนำด้านวิชาการจนนำมาซึ่งผลดังที่เห็น นี่แหละครับ"วิทยาศาสตร์การเกษตร"ทืี่เข้าถึงเกษตรกรยากที่สุด

ผู้แสดงความคิดเห็น อ. สรรเสริญ ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-04-17 08:28:31


ความคิดเห็นที่ 7 (1656800)

 ขอบคุณมากครับอาจารย์ ไม่นานคงได้ไปอบรมที่ศูนย์ จริงครับอาจารย์ "วิทยาศาสตร์การเกษตร" เข้าถึงเกษตรกรยากที่สุด และบางครั้งการที่ตัวเกษตรกรไม่ยอมรัเอง ยิ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่น่ากลัวมาก ผมคิดว่าทางรัฐที่ดูแลเกี่ยวกับการเกษตรควรเข้ามาส่งเสริมส่วนนี้ดีกว่าไปทำเรื่องไร้สาระเช่นการรับจำนำ หรือพอประสบปัญหาเกี่ยวกับการเพาะปลูกเช่นเพลี้ยแป้งลง ก็รอแต่เอาเงินชดเชยอย่างเดียว เกษตรกรส่วนมากก็ชอบเงินอย่างนี้ สุดท้ายก็ตกเป็นเหยื่อเป็นเครื่องมือของเขาเหมือนเดิม 

ผู้แสดงความคิดเห็น อภิเชษฐ์ วันที่ตอบ 2013-04-18 07:08:37


ความคิดเห็นที่ 8 (1662136)

เรียนอาจารย์ครับ ดีใจกับเกษตรกรไทยที่ได้ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญด้านมันสำปะหลังจริงๆอาจารย์ครับผมอยู่ขอนแก่น ปลูกมันอยู่ อ.มัญจาคีรี  40 ไร่ เริ่มแรก ปลูก 20 ไร่ สนุกและมีความสุขกับการได้ทำ แต่พอปลูก 40 ไร่กลับกลายเป็นความกดดันครับ เพราะผมไม่ได้ทำเอง จ้างทั้งหมดเลยครับ ยิ่งปีนี้ฝนทิ้งช่วงนานมาก บางคนปลูก3-4 รอบแล้วครับ ตอนนี้มันของผมอายุ 2 เดือนครับ ผมอยากพ่นปุ๋ยน้ำครับคิดว่าน่าจะช่วยได้ ผมเคยไปอบรมเกี่ยวกับการทำน้ำหมักมูลสุกรของ อาจารย์อยู่ ม.เกษตรฯเคยนำไปใช้ก็ดีครับ แต่คนรู้จักกัน เขาแนะนำ ให้ฉีดเพียวไคโตซานผมถามราคา 1 ลิตร 450 บาท ฉีดได้ประมาณ5 ไร่ครับผมรบกวนขอความรู้เรื่องไคโตซานด้วยครับ ว่ามีประโยชน์มาก-น้อยเพียงใด ปีนี้ปลูกมันยากมากครับ ผมเลยแก้ใขด้วยการใส่มูลไก่รองพื้นมากหน่อยครับ ผมเลยจะเน้นการฉีดปู๋ยทางใบครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น สานิตย์ (nongfishing-at-gmail-dot-com)วันที่ตอบ 2013-07-05 15:57:26


ความคิดเห็นที่ 9 (1662180)

ตอบครับ

น้ำหมักมูลสัตว์ และไคโตซานที่กล่าวมา มีธาตุอาหารครบตามปริมาณที่มันสำปะหลังต้องการของมันหรือไม่ยังเป็นประเด็นถกเถียงกันระหว่างนักวิชาการ เพราะไม่ยอมนำไปวิเคราะห์ให้เป็นเรื่องเป็นราว ส่วนใหญ่บอกเพียงว่าน้ำหมักมูลสุกรมีธาตุอาหารครบ แต่ความสำคัญที่ต้องการจากมันคือ "ครบ,พอเพียงกับการสร้างความเจริญเติบโต, ผลผลิต และคุณภาพ" ถ้าวิเคราะห์แล้วมันพอก็ใช้ได้ครับ แต่ที่ผ่านมาวิเคราะห์แล้วมันไม่พอ จึงต้องเสริมเคมีเข้าไปช่วย มูลสุกร คือปุ๋ยคอก อยู่ในกลุ่มปุ๋ยอินทรีย์ ถ้านำไปรองพื้นก่อนการปลูกพืชดีแน่ครับ (มีพอหรือเปล่าเท่านั้น) ธาตุอาหารที่ได้จากมูลก็จะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่ที่วิธีการเลี้ยงสุกร  ส่วนใหญ่จะไม่พูดถึงการเลี้ยงแบบชาวบ้านที่ให้กินแต่ เศษอาหาร (ตามตลาด วัด ฯลฯ)หรือ รำผสมกับหยวกกล้วย เป็นต้น แต่จะเหมารวมไปที่การเลี้ยงด้วยหัวอาหาร และสิ่งที่เหลือจากระบบการย่อยในกระเพาะออกมากับมูล คิดให้ลึกไปอีกนิด ถ้าระบบการย่อยมันสมบูรณ์ สิ่งที่หวังว่ามันจะหลุดรอดออกมามันจะน้อย เพราะถูกย่อยเอาไปสร้างการเจริญเติบโตหมด จะรู้ได้ก็ต้องนำไปวิเคราะห์ว่ามันเหลือเท่าไร (ส่วนใหญ่ไม่ทำ เพียงคิดเอาว่าครบแล้วมันต้องพอ) แล้วเติมให้มันพอ ที่เหลือเมื่อผ่านกระบวนการทางจุลินทรีย์ดินแล้วโดยหลักจะได้ไนโตรเจน ถ้าได้มากก็จะสร้างกิ่ง ใบอ่อน และความเขียว (ลองสังเกตดูด้วยตัวเองเป็นเช่นนั้นหรือไม่) ส่วนน้ำหมักถ้าไม่มีตะกอนพืชอาจได้บ้างเหมือนกับการพ่นน้ำทางใบ ส่วนธาตุอาหารมากน้อยอยู่ที่มันมีเท่าใด คุ้มกับค่าแรงจ้างฉีดพ่นหรือไม่

ไคโตซานราคา 450บาท/ลิตร พ่นได้พื้นที่ 5 ไร่  ส่วนใหญ่ด้านธาตุอาหารให้ไนโตรเจนเช่นกันครับ ลองคำนวนดูว่าต้องพ่นกี่ครั้ง ค่าแรงเท่าไร ค่าสารเท่าไร เพราะมันเป็นต้นทุนทั้งสิ้น (ที่สงสัยคือความเข้มข้น ที่ศูนย์ก็ใช้เหมือนกันราคาเพียง 320 บาท/ลิตร พ่นได้พื้นที่ถึง 10 ไร่แตกต่างกันมาก) ต้องคำนึงด้วยว่าพืชไม่ได้ต้องการแค่ไนโตรเจน แต่ต้องการทุกธาตุ มากน้อยขึ้นอยู่กับชนิดพืช ที่กล่าวมามิได้หมายความว่าไม่ควรใช้ปุ๋ยคอกที่เป็นปุ๋ยอินทรีย์ ผมสนับสนุนมาตลอด แต่ควรใช้ให้ถูกวิธีบนพื้นฐานแห่งความประหยัดและประสิทธิภาพสูงสุด เพราะมันคือการลดต้นทุนอย่างยั่งยืนครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.สรรเสริญ ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-07-06 11:22:53


ความคิดเห็นที่ 10 (1662752)

สวัสดีครับอาจารย์

 ผมอัคนิรุทร์ครับอาจารย์หลังอบรมมาก็จัดระยอง 11 ไป  25  ไร่ ตอนนี้ได้ 2 สัปดาห์แล้วครับ ชาวไร่ที่ระยองบอกไม่เคยได้ยินครับรู้จักแต่น้องเขียวปลดหนี้ อัตราการแตกตาแรงมากเป็นทุกท่อนครับอาจารย์ ในส่วนต้นพันธุ์ได้รับการอนุเคราะห์จาก      อาจารย์ พรทิพย์  ต้นละ1 บาท  ครับ  ในเดือน พฤศจิกา  ธันวา มกรา กุมภา  ผมควรบริหารจัดการอย่างไรกับมันแปลงนี้ครับอาจารย์ ?

ผมใส่ปุ๋ยอินทรีย์รวมกับเคมีตามค่าวิเคราะห์ดินเป็นรายตำบลของกรมพัฒนาที่ดินตั้งแต่ปรับปรุงดินครับหรือไถพรวนก่อนยกร่องครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น อัคนิรุทร์ วันที่ตอบ 2013-07-15 21:59:54


ความคิดเห็นที่ 11 (1662768)

นี่แหละครับเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงสำหรับอนาคตเกษตรกรไทย ศูนย์วิจัยพืชไร่ที่รับผิดชอบพัฒนาพันธุ์มันสำปะหลังอยู่ที่ระยอง ตั้งมานานนับ 50 ปี คนระยองยังไม่รู้จัก แล้วสายพันธุ์ที่ออกมาหลายๆสายพันธุ์มันธรรมดาครับที่เขาจะไม่รู้ เพราะคนเหล่านี้ไม่สนใจ ไม่ใฝ่หาความรู้ ผมเคยไปบรรยายแก้ปัญหาเพลี้ยแป้งให้กับเกษตรกรที่ศูนย์ฯ เกษตรกรรายใหญ่ๆปลูกมากๆค่อนข้างจะมีความมั่นใจในตัวเองสูง ไม่สนใจใคร แต่เอาตัวไม่รอด  ทำตามกันมาแบบตกทอดความรู้พื้นบ้าน ไม่ค่อยพัฒนาตามกาลเวลาที่มันเปลี่ยนไป ผลสุดท้ายปีนั้นล้มเหลวกันเป็นแถบ

ให้ดูในเดือนตุลาคม ความชื้นในดินยังมีอยู่หรือไม่ ถ้ามีน้อย เอาใบภาระ ที่รับแสงไม่ได้ออกซัก 50-60% แล้วพ่นสารไคตินควบคุมการคายน้ำ จะทำให้มันไม่ทิ้งใบ หรือทิ้งน้อยที่สุด การพ่นให้ตั้งเป็นฝอยให้มากที่สุด พ่นขึ้นไปในอากาศ ที่ใบหรือยอดมัน สารมีประจุบวกสูงมันจะลงไปจับกับใบเองโดยธรรมชาติ การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนคือปรับโครงสร้างทางกายภาพดินรองรับการปลูกในปีถัดๆไป ทำได้โดยการหาพืชสดมาปลูกแล้วไถกลบครับ

การใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่เป็นรายตำบลมันค่อนข้างจะกว้างไปหน่อยครับ ควรคำนึงด้วยว่าปุ๋ยเคมีไม่ใช่ตัวปรับปรุงดิน ถ้าเอาไปใส่พร้อมการปรับปรุงดิน ตัวหน้ามันจะหายไปหมดก่อนที่พืชจะได้ใช้ ควรใส่ตอนที่พืชมีรากดูดซับได้ครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.สรรเสริญ ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2013-07-16 08:19:43


ความคิดเห็นที่ 12 (1679395)
สวัสดีครับ ขอเรียนถามครับ -ไคติน ใช่แช่ท่อนพันธุ์ร่วมกับไทอะมีโทแซมได้หรือไม่ครับ -ฉีดพ่นไคติน จำเป็นต้องใช้คู่กับสารจับใบเสมอไปหรือไม่ ขอบคุณครับ
ผู้แสดงความคิดเห็น ฆารพุฒ วันที่ตอบ 2014-04-03 12:59:20


ความคิดเห็นที่ 13 (1679437)

ใช้ได้ครับไม่มีผลเพราะเป็นโพลิเมอร์มิใช่จุลินทรีย์

ผู้แสดงความคิดเห็น อ.สรรเสริญ ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2014-04-03 18:00:43


ความคิดเห็นที่ 14 (1685329)

 ราคา ไคโตนิน ราคาเท่าไรคับ อาจารย์ค

ผู้แสดงความคิดเห็น ราคาไคโตนินเท่าไรคับ (nossertwo-at-outlook-dot-co-dot-th)วันที่ตอบ 2014-09-21 23:32:15


ความคิดเห็นที่ 15 (1685356)

 สารไคติน ราคาขวดละ 320 บรรจุ 1 ลิตรครับ ถ้ายกโหล 300 /ขวด

ผู้แสดงความคิดเห็นตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2014-09-22 17:43:02


ความคิดเห็นที่ 16 (3815771)

 สนใจติดต่อสั่ง สารไคตินครับ เบอร์ผม 0945567035

ผู้แสดงความคิดเห็น วีรชัย (clinicpingpong-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2015-08-14 23:51:04



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.