ReadyPlanet.com
dot dot
dot
มันสำปะหลัง
dot
bulletบทความ การป้องกันและกำจัดเพลี้ยแป้ง
bulletโครงการปลูกมันสำปะหลังสะอาดเพื่อการขยายพันธุ์
bulletสารแช่ท่อนพันธุ์ก่อนปลูก
bulletสายพันธุ์มันสำปะหลัง และการจำแนกชนิดพันธุ์
dot
การป้องกันอย่างยั่งยืน
dot
bulletการใส่ปุ๋ยและชนิดปุ๋ย
bulletการเก็บเกี่ยว
dot
Newsletter

dot
bullet
bulletอบรมการปลูกมันสำปะหลังตามหลักวิชาการ การผลิตมันเส้นสะอาดชุมชนเพื่อการค้า รุ่นที่ 19 (26-27 มี.ค 2559


เพลี้ยแป้ง
เพลี้ยแป้ง
เพลี้ยแป้ง
เพลี้ยแป้ง
เพลี้ยแป้ง


บทความเดือนสิงหาคม 2559
 

 
แปลงทดสอบพันธุ์มันสำปะหลังระดับท้องถิ่น ฤดูปลูกต้นฝนปี  โดยความร่วมมือระหว่าง ผศ.ดร.ปิยะ กิตติภาดากุล หัวหน้าภาควิชาพืชไร่นา (มก.) และศูนย์ส่งเสริมพัฒนาการผลิตมันสำปะหลังแห่งประเทศไทย จ.กาญญจนบุรี เมื่อวันที่ 12-6-2559 
 
บทความเดือนสิงหาคม 2559

สวัสดีครับสมาชิกทุกท่าน ต้องขออภัยที่หายไปบ้าง หรือเข้ามาตอบกระทู้ช้าบ้าง เนื่องจากในพื้นที่ๆผมอยู่ไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกที่จะตอบกระทู้ได้ เช่น คอมฯไม่มี สัญญาณอินเทอร์เนทมีบ้างไม่มีบ้างเพราะอยู่ในหุบเขา แต่ก็จะเข้ามาตอบทุกครั้งที่ลงมาในเมือง

ปีนี้มีฝนมาให้เกษตรกรแล้ว แต่บางแห่งก็ยังบ่นว่าแล้ง ถึงกับมีเพลี้ยแป้ง บางแห่งต้องขุดมันหนีน้ำเพราะหัวเน่า หรือไม่มีน้ำแต่หัวมันเริ่มเน่าเพราะไปปลูกพันธุ์นิยมที่ขาดความต้านทานโรคเน่า หรือพันธุ์ดีแต่ไปปลูกซ้ำในพื้นที่ๆเคยเน่า แต่อย่างไรก็แล้วแต่การขุดมันช่วงนี้คุณภาพมันไม่เป็นที่ต้องการของตลาด ราคารับซื้อหน้าลานหรือโรงงานมันจึงต่ำ ก็ได้แต่เตือนกันใครเชื่อก็เชื่อ ใครไม่เชื่อก็สุดแล้วแต่เพราะผมไม่ได้มีส่วนเสียหายด้วย ที่เตือนก็เพียงหวังดีเท่านั้น

ปรากฏการณ์ของภัยแล้งที่รุนแรงในปีที่ผ่านมายังคงส่งผลต่อเนื่องมาถึงปีนี้จึงเป็นผลให้เกษตรกรปลูกมันลงไปแล้วไม่โต ทั้งยังยืนตายทั้งที่ก็มีฝนลงมาบ้าง อยากให้เกษตรกรลองไปขุดดินในพื้นที่ปลูกของตัวเองที่มันไม่โตดู แล้วท่านจะเห็นว่าตรงจุดนั้นดินของท่านไม่เก็บน้ำไว้ให้พืชเลย ความชื้นในดินต่ำมากเนื่องจากระเหยออกไปในฤดูก่อนหน้าที่เกิดภัยแล้ง ผมเองไม่เคยเจอดินที่มีความชื้นต่ำเยี่ยงนี้มาก่อนเหมือนกัน แต่ที่มันเป็นอย่างนั้น มันก็ต้องมีมูลเหตุก่อนหน้าทำให้มันเป็น..

ปีที่ผ่านมาหลายพื้นที่หลายจังหวัดเกือบทุกภาคอุณหภูมิสูงจน 40-43 หรือ 45-46 องศาฯก็ยังมี เมื่ออุณหภูมิความร้อนและแสงแดดมันตกลงมากระทบกับดินโดยตรง โดยเฉพาะดินที่เก็บเกี่ยวผลผลิตออกไปแล้วหรือดินเปลือย มันจึงทำให้การระเหยน้ำในตัวมันออกสู่ภายนอกสูงถึงสูงมาก พอฝนตกลงมาเกษตรกรไปปลูกมันโดยไม่รอให้ดินมีความชื้นเพียงพอ ผลที่ตามมาจึงเป็นอย่างที่เห็น นั่นคือ มันไม่โต ยกเว้นของใครที่เนื้อดินมีอินทรียวัตถุสูงมันก็จะเก็บน้ำและความชื้นไว้ในตัวมันเองได้มากกว่า การเจริญเติบโตจึงดูดีกว่าเป็นต้น แต่ส่วนใหญ่เท่าที่เห็นมันจะโตช้ากว่าปกติเมื่อเทียบกับที่ผ่านๆมา

ผลผลิต: ฤดูการปลูกมันสำปะหลังที่ 2557/2558 ส่งผลให้ผลผลิตลดลงอย่างมาก ผมมีปราชญ์คนหนึ่งที่รู้จักกันดี ท่านปลูกมันสำปะหลังหลายร้อยไร่ ผลผลิตเฉลี่ย 6-8 ตันต่อไร่ แต่ปีที่ผ่านมาเหลือเพียง 3 ตันเศษๆเท่านั้น ปีนี้ก็ยังบ่นว่ามันโตช้ามาก นี่แหละครับผลของการที่ดินมันขาดความชื้นมันจึงส่งผลต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง (มีการคาดการออกมาแล้วผลผลิตปีหน้าโดยรวมมันจะหายไป6-7ล้านตัน) ถ้าเกษตรกรไม่รู้จักปรับตัวรองรับมันโดยการปรับเพิ่มปริมาณอินทรียวัตถุแล้ว ปัญหาระยะยาวก็จะเกิดขึ้นกับตัวเกษตรกรเองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ราคา: ฤดูการเก็บเกี่ยวปีที่ผ่านมาเกษตรกรประสบกับภาวะขาดทุนกันอย่างทั่วถึง เนื่องจากผลผลิตต่ำ และคุณภาพก็ไม่เป็นที่ต้องการของผู้ซื้อ ผู้ประกอบการที่นับถือกันรายหนึ่งบ่นให้ฟังว่า ในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมาไม่เคยเจอสภาพแบบนี้มาก่อน นั่นคือมันวัดแป้งไม่ขึ้น เพราะมันลอยน้ำ ลองเอาหัวมันใหญ่ๆโยนลงน้ำมันไม่จมจริงๆ นั่นหมายถึงความหนาแน่นของแป้งไม่มีในหัวมันเลย ลูกศิษย์ผมบางท่านเอามันไปขาย กลับมาก็บ่นว่าโรงงานวัดไม่ขึ้น พาลไปคิดว่าเขาโกงหรือเปล่า พอเอาไปให้ผมวัด แค่สับหัวก็บอกได้เลยว่าไม่มีแป้ง วัดอย่างไรก็ไม่ขึ้น และก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ

สภาพที่พืชขาดน้ำหรือความชื้นจากดินที่รากต้องดูดส่งขึ้นไปเหนือดินพร้อมธาตุอาหาร ทำให้การลำเลียงธาตุอาหารได้ต่ำ ใบจึงรับน้ำและอาหารได้น้อย แม้ในบรรยากาศที่พืชจะได้ทางธรรมชาติ ความชื้น (H)ที่เป็นองค์ประกอบนอกจาก C และ O ก็น้อยไปด้วย เรียกได้ว่าไม่มีอะไรดีเลย แล้วจะเอาคุณภาพที่ไหน ยิ่งใครที่ปลูกมันอินทรีย์ยิ่งจะไปกันใหญ่เพราะตัวที่จะช่วยในการลำเลียงน้ำตาลและคุณภาพมันต่ำ(มาก) มันสำปะหลังต้องการสูงแต่ในปุ๋ยอินทรีย์มันไม่พอ เหตุนี้เองที่แป้งในหัวมันสดมันต่ำ ดังนั้นจึงขอเตือนเป็นครั้งที่เท่าไรจำไม่ได้แล้ว ว่า.. เลิกคิดปลูกมันอินทรีย์กันเถอะโดยเฉพาะปราชญ์ที่ออกมาให้สูตรผสมปุ๋ยอินทรีย์แล้วบอกว่าแทนเคมีสูตรนั้นสูตรนี้ได้ แต่ลืมไปว่าทำแล้วไม่ได้เอาไปวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ว่ามันมีธาตุอาหารเท่ากับปุ๋ยเคมีที่กล่าวมาไหม แล้วมันจะได้ประโยชน์อะไรถ้ามีคนเชื่อแล้วเจ๊ง !! พืชต้องการเคมีไปสร้างการเจริญเติบโต ผลผลิต และคุณภาพ เท่านั้น ถ้าไม่พอไม่ก็ไม่มีคุณภาพดังกล่าว และต้องเข้าใจด้วยว่าเขาซื้อที่คุณภาพไม่ใช่วิธีการ

ราคามันแบบนี้ทางรอดที่พอมีแววคือ “การลดต้นทุนพื้นฐาน” ทุกอย่าง เอาแค่ปลูกธรรมดาไม่ต้องไปหาอะไรที่ไม่จำเป็นมาใส่ ปุ๋ยรองพื้นควรเป็นปุ๋ยอินทรีย์ ในที่นี้ความหมายของผมคือปุ๋ยคอกที่ไม่ต้องซื้อ ปุ๋ยหมักที่ทำเอง และปุ๋ยที่ได้จากพืชสดเท่านั้น ปุ๋ยคอกผมเน้นที่ไม่ต้องไปปรับกายภาพให้มันดูดีเพราะมันแพง เอาไปใส่ในดินก็ย่อยสลายเหมือนกัน แล้วทำไมต้องไปเสียเงินค่าปรับปรุง  เอามันดิบๆนี่แหละย่อยสลายเร็วด้วย ปั้นเม็ดช้ากว่าแน่นอนเพราะมันมีดินหรือโดโลไมท์ผสมด้วย ไม่อย่างนั้นมันก็ปั้นเม็ดไม่ได้ เพราะปั้นอย่างไรมันก็ไม่เป็นเม็ด และเมื่อเอาอย่างอื่นมาผสมอินทรียวัตถุที่ได้มันก็น้อยลง เมื่อต้องซื้อปริมาณและคุณประโยชน์มันก็ต้องน้อยลงจะใช้เยอะมันจะแพง ผมไม่ได้ห้ามการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ทุกพืชนะครับ แต่ถ้าจะปลูกพืชสวน ไม้ดอก การรองก้นหลุมก็จำเป็น แต่มิใช่เอา50กก.มาหว่านในพื้น1ไร่ มันจะหาไม่เจอแม้กระทั่งวิญญาณปุ๋ยเอาต่างหาก..

การปรับปรุงกายภาพดินให้สามารถรองรับความชื้นไว้ในตัวมันได้มากที่สุด และต้องระบายออกได้ด้วยนั่นคือการเพิ่มอินทรียวัตถุโดยการปลูกพืชสด ซึ่งจะได้ปริมาณอินทรียวัตถุ 2-2.5ตันต่อไร่ โดยการของเมล็ดพืชสดได้ฟรีจากสพด.(สำนักพัฒนาที่ดิน)ในจังหวัดของท่านจะได้ผลดีและเร็วที่สุด

การใส่ปุ๋ยหรือปัจจัยการผลิตใส่เฉพาะที่จำเป็นตามที่พืชต้องการ”ไม่ใช่เราต้องการ”หรือใครมาแนะนำให้เรา เพราะถ้าพืชไม่ได้ต้องการใส่ลงไปมันคือการเพิ่มต้นทุนทั้งสิ้น แต่การลดต้นทุนต้องไม่ทำให้ผลผลิตและคุณภาพลดลงด้วย..แล้วพบกันใหม่  สวัสดีครับ.

 

สรรเสริญ สุนทรทยาภิรมย์

 


ตอบปัญหา เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง โดยนักวิชาการ ท่านสามารถแสดงความคิดเห็นได้บนพื้นฐานความถูกต้องและเป็นจริง และเพื่อให้เป็นบอร์ดแห่งการเรียนรู้โดยแท้จริงขอได้โปรดงดการโฆษณาผลิตภัณฑ์และความคิดเห็นที่ไม่เกี่ยวข้องกับปัจจัยการปลูกมันสำปะหลังโดยเด็ดขาด   
สร้างกระทู้ใหม่ | More...
หัวข้อ วันที่ลงประกาศ ดู / ตอบ
กระทู้ปักหมุดอบรมการปลูกมันสำปะหลังตามหลักวิชาการ และการผลิตมัน...  กระทู้ตั้งโดยเว็บมาสเตอร์2016-02-29966 / 0
dot
กระทู้ปักหมุดมันสำปะหลังกับความผันผวนของราคา  กระทู้ตั้งโดยเว็บมาสเตอร์2016-02-29821 / 0
dot
กระทู้ปักหมุดอบรมการปลูกมันสำปะหลังตามหลักวิชาการ การผลิตมันเส้...  กระทู้ตั้งโดยเว็บมาสเตอร์2015-12-23744 / 1
dot
กระทู้ปักหมุดอบรมการปลูกมันสำปะหลัง การแปรรูป การปลูกข้าวโพด ตา...  กระทู้ตั้งโดยเว็บมาสเตอร์2015-11-07669 / 0
dot
กระทู้ปักหมุดตัวแทนให้ความรู้ เผยแพร่ และจำหน่ายสารไคตินและสารเ...  กระทู้ตั้งโดยเว็บมาสเตอร์2015-09-181054 / 2
dot
กระทู้ปักหมุดอบรมการปลูกมันสำปะหลังตามหลักวิชาการ การผลิตมันเส้...  กระทู้ตั้งโดยเว็บมาสเตอร์2015-09-02964 / 0
dot
กระทู้ปักหมุดระวังมิจฉาชีพอ้างชื่อ อ.สรรเสริญ หลอกให้โอนเงิน  กระทู้ตั้งโดยเว็บมาสเตอร์2015-08-15675 / 1
dot
กระทู้ปักหมุดอบรมการปลูกมันสำปะหลังตามหลักวิชาการ และการผลิตมัน...  กระทู้ตั้งโดยเว็บมาสเตอร์2015-02-281813 / 3
dot
กระทู้ปักหมุดอบรมรุ่นที่ 13 เป็นวันที่ 24-25-26 มกราคม 2558  กระทู้ตั้งโดยเว็บมาสเตอร์2014-12-042276 / 3
dot
กระทู้ปักหมุดอบรมการปลูกมันสำปะหลังตามหลักวิชาการ และการแปรรูปม...  กระทู้ตั้งโดยเว็บมาสเตอร์2014-09-052754 / 8
dot
กระทู้ปักหมุดภาพความสำเร็จรุ่นที่ 11  กระทู้ตั้งโดยเว็บมาสเตอร์2014-04-083483 / 7
dot
กระทู้ปักหมุดภาพผู้ผ่านการอบรมรุ่นที่ 10  กระทู้ตั้งโดยเว็บมาสเตอร์2014-02-242093 / 2
dot
กระทู้ปักหมุดภาพความสำเร็จของผู้ผ่านการอบรมรุ่นที่ 8  กระทู้ตั้งโดยเว็บมาสเตอร์2013-11-122060 / 0
dot
กระทู้ปักหมุดภาพความสำเร็จผู้เข้ารับการอบรมรุ่นที่7 15-17 มิถุน...  กระทู้ตั้งโดยเว็บมาสเตอร์2013-06-183195 / 5
dot
กระทู้ปักหมุดภาพความสำเร็จผู้เข้ารับการอบรมรุ่นที่ 6  กระทู้ตั้งโดยเว็บมาสเตอร์2013-05-032816 / 4
dot
สร้างกระทู้ใหม่ | More...
Copyright © 2010 All Rights Reserved.
ศูนย์ส่งเสริมพัฒนาการผลิตมันสำปะหลัง(แห่งประเทศไทย) จังหวัดกาญจนบุรี ที่อยู่ : เลขที่ 340 หมู่ที่ 7 บ้านพุประดู่ ตำบลหนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี รหัสไปรษณีย์ : 71190 เบอร์โทร : 034-670-026 084-340 2343 081-009 3883 อีเมล : sansern1551@windowslive.com เว็บไซต์ : www.cassava-devlp-center.com